หลายหน่วยงานทยอยชี้แจง! หลังผลสำรวจชี้ 10 หน่วยงานถูกเสนอมูลค่าสินบนต่อครั้งสูงที่สุด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลายหน่วยงานเร่งชี้แจง หลังผลสำรวจชี้ 10 หน่วยงานติดโผเสี่ยงคอร์รัปชัน - ถูกเสนอจ่ายสินบนมากที่สุด

จากกรณีที่ คณะทำงาน Zero Corruption : กกร.และเพื่อนไม่ทน ได้ออกมาเปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน เกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ที่สำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 ราย ทั่วประเทศเพื่อสะท้อนปัญหาคอร์รัปชันและรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง   

คอร์รัปชัน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน เกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ

พบว่าหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงจากการเรียกรับสินบนมากที่สุด ได้แก่

  • ตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจร ซึ่งมีการติดต่อเฉลี่ย 1.69 ครั้งต่อปี และทุกครั้งมีการเสนอสิ่งตอบแทน คิดเป็น 100%
  • กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) มีการเสนอสิ่งตอบแทน 94.4% ของการติดต่อทั้งหมด
  • องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 91.7%,
  • กรมเจ้าท่า 90%
  • กรมทางหลวง 82%
  • กรมโยธาธิการและผังเมือง 78.9%

คอร์รัปชัน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน เกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ

ขณะที่ผลสำรวจยังเผยอีกว่า หน่วยงานที่ถูกเสนอมูลค่าสินบนต่อครั้งสูงที่สุด ได้แก่

1. กรมควบคุมมลพิษ 102,160 บาท

2. กรมเจ้าท่า 100,000 บาท

3. กรมสรรพสามิต 94,667 บาท

4. กรมสรรพากร 89,498 บาท

5. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750 บาท

6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข 74,643 บาท

7. กรมทางหลวง 70,167 บาท

8. กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000 บาท

9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 68,000 บาท

10. กรมป่าไม้ 67,500 บาท

เกี่ยวกับประเด็นนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้ออกมาชี้แจง ยืนยันการปฏิบัติงานเป็นด้วยความโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยในวันนี้ ( 15 พ.ค. 2569) เวลา 10.00 – 12.00 น. นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จะแถลงชี้แจงในประเด็นที่เกิดขึ้นดังกล่าว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

กรมควบคุมมลพิษ โต้ปมผลสำรวจรับสินบน จี้ กกร. ชี้แจงหลักฐานภายใน 7 วัน

ต่อมา นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายธนัญชัย วรรณสุข และนายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ร่วมแถลงข่าวและนำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ แสดงพลัง คพ.ยืนยันยึดมั่น “องค์กรแห่งความโปร่งใส” การปฏิบัติงานไม่มีช่องทางหรือกลไกใด ๆ ที่เอื้อต่อการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ตามที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย  โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผล “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ” โดยสำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 10 เมษายน 2569 พบว่า ปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง โดยผลการสำรวจมีการพาดพิงว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ที่เสนอให้ต่อครั้ง จำนวน 102,160 บาท นั้น

คพ. ขอชี้แจงว่า คพ.เป็นหน่วยงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีภารกิจหลักเกี่ยวกับการควบคุม กำกับ ดูแล อำนวยการประสานงาน ติดตาม และประเมินผล เกี่ยวกับการคุ้มครองและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยการออกกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง เพื่อดำเนินการฟื้นฟู ระงับเหตุที่อาจเป็นอันตรายจากมลพิษ ในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนมลพิษ รวมถึงบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติหรือออกใบอนุญาตประกอบกิจการใด ๆ ทั้งต่อภาครัฐและเอกชน จึงไม่มีช่องทางหรือกลไกใด ๆ ที่เอื้อต่อการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ

และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ คพ. มีการดำเนินการภายใต้กฎหมาย และระเบียบของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัด มุ่งเน้นการแข่งขันที่โปร่งใสอย่างเป็นธรรม รวมทั้งยังปลูกฝังให้บุคลากรยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และจริยธรรมวิชาชีพ โดยยึดถือและปฏิบัติตามนโยบาย “No Gift Policy” งดรับของขวัญ และผลประโยชน์ตอบแทนทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นนโยบายระดับชาติ

คพ. จึงมั่นใจในความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ดังนั้น จึงขอให้ กกร. ชี้แจงข้อมูลการทุจริตกล่าวหา คพ. เป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุดอันดับแรกจำนวน 102,160 บาท มาได้อย่างไร ได้เอกสารพยานหลักฐานมาโดยถูกต้องหรือไม่ อย่างไร มีกระบวนการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลอย่างไร เพื่อที่กรมควบคุมมลพิษจะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่สังกัด คพ.คนใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตตามที่ กกร.กล่าวอ้างหรือไม่เพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมกับ คพ. ทั้งนี้ ขอให้ กกร.แจ้งผลและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ให้ คพ. ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้

ทั้งนี้ หาก กกร. ไม่มีข้อมูลเอกสารหลักฐานการทุจริตดังกล่าว การแถลงข่าวของ กกร.ทำให้ คพ.ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงยากแก่การเยียวยาแก้ไข กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ตลอดจนขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานของ คพ. ฉะนั้น จึงขอให้ กกร.แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ คพ.  โดยการแถลงข่าวหรือให้ข่าวต่อสื่อสารมวลชนเพื่อขอโทษ คพ.อย่างเป็นทางการ และให้คำมั่นว่าจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานรัฐและประเทศชาติ

คพ.ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าปฏิบัติภารกิจด้านการควบคุมมลพิษอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ให้เติบโตควบคู่กับความยั่งยืนของประเทศ พร้อมยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กร “องค์กรแห่งความโปร่งใส” ที่ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส่ ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ในโอกาสนี้ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ทั้งกำลังกายและกำลังใจ มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตน และร่วมกันทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ มุ่งมั่น เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป

กรมสรรพสามิตยืนยันความมุ่งมั่นต่อต้านการทุจริต เดินหน้ายกระดับความโปร่งใส

กรมสรรพสามิต ชี้แจงกรณีผลการสำรวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสินบนเฉลี่ยของหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมสรรพสามิตได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว และได้เร่งตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในทันที เพื่อให้เกิดความเข้าใจข้อมูลอย่างครบถ้วนและรอบด้าน

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิต เห็นว่าผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการนำมาประกอบการพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยเฉพาะการทบทวนและปรับปรุงกระบวนงานที่อาจมีความเสี่ยง รวมถึงยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น

กรมสรรพสามิตยืนยันว่า ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งในด้านวินัย การตรวจสอบภายใน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการและกำกับดูแล เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความโปร่งใส และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมกันนี้ ได้เร่งทบทวนขั้นตอนการอนุญาตและกระบวนงานต่าง ๆ ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดการทุจริต รวมถึงพัฒนาและยกระดับช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนให้มีความปลอดภัย มีมาตรการคุ้มครองและปกปิดข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ในส่วนของข้อเสนอเชิงนโยบายของ กกร. กรมสรรพสามิตเห็นด้วยในหลักการสำคัญ โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้โดยสะดวก การปรับเปลี่ยนกระบวนการให้บริการและการอนุญาตสู่ระบบออนไลน์เพื่อลดการเผชิญหน้า การยกระดับความปลอดภัยของช่องทางการร้องเรียน ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแล

ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่กรมสรรพสามิตได้ดำเนินการและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตยังคงยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม และโปร่งใส พร้อมมีมาตรการกำกับดูแลภายในอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักความสุจริต ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม

กรมสรรพสามิตขอยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส เปิดรับการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน และพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเป็นสังคมที่ไม่ยอมรับการทุจริต และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการไทยอย่างยั่งยืน

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์

ขณะที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาชี้แจงเช่นดียวกันโดยรายละเอียดระบุว่า กรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ ขอเรียนว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อข้อมูลดังกล่าว โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนงานที่มีการติดต่อกับภาคเอกชนโดยทันที​ ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ​ ยึดมั่นในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้​ เพื่อขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน และดำเนินการตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ที่ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง ตลอดจนกำชับทุกหน่วยงานในสังกัดให้ยึดหลักกฎหมาย ระเบียบราชการ และจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอยืนยันว่า ไม่มีนโยบายในการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รายใดกระทำผิดวินัยหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน กรมฯ จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทั้งทางวินัยและอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมให้ความร่วมมือและประสานขอข้อมูลกับ กกร. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานความโปร่งใสให้เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ประชาชนและภาคเอกชนสามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้โดยตรงที่สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง​ หรือศูนย์ราชการสะดวกกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ โทร.​025610777 ต่อ​ 1240 ในวันและเวลาราชการ

​กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอยืนยันว่า จะปฏิบัติหน้าที่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ​ และยืนยันว่าหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ จะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด "ไม่มีข้อยกเว้น"

กรมสรรพากร ยืนยัน ดำเนินงานภายใต้หลักคุณธรรมและต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันโดยไม่มีข้อยกเว้น 

ตามที่ได้มีการเผยแพร่ผลสำรวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เกี่ยวกับการเรียกรับสินบนเฉลี่ยของหน่วยงานภาครัฐ โดยระบุว่ากรมสรรพากรเป็นหนึ่งในหน่วยงาน ที่มีการทุจริตคอร์รัปชันในระดับสูง กรมสรรพากรขอยืนยันว่ากรมสรรพากรได้ดำเนินมาตรการด้านการกำกับดูแลภายใน และการป้องกันการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาระบบงานดิจิทัลเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ การปรับปรุงขั้นตอน การให้บริการให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงการส่งเสริมจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมแก่บุคลากรในทุกระดับอย่างจริงจัง ซึ่งการดำเนินการของกรมสรรพากรเป็นไปตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) ที่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ยึดหลักคุณธรรม ทำงานด้วยความโปร่งใสและใส่ใจ พร้อมยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 

ทั้งนี้ หากท่านพบเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเรียกรับผลประโยชน์หรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบขอความร่วมมือแจ้งกรมสรรพากรผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1. ระบบ Contact Us บนเว็บไซต์ www.rd.go.th  2. อีเมลกรมสรรพากร rdeservice@rd.go.th หรือ 3. แจ้งเป็นหนังสือส่งถึงหัวหน้าหน่วยงานสรรพากรในพื้นที่ 

กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจง หลังติดโผหน่วยงานเสี่ยงรับสินบน ย้ำ จุดยืนต้องโปร่งใส พร้อมเอาผิดหากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาถูกระบุ อยู่ใน 1 ใน 10 หน่วยงานที่มีการให้ค่าตอบแทนหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตว่า กรมฯ ยืนยันนโยบายความโปร่งใสและไม่ยอมรับการทุจริตหรือการรับสินบน โดยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก ซึ่งภายหลังมีรายงานดังกล่าวออกมา ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่า จะต้องไม่ให้เกิดกรณีลักษณะนี้ขึ้นในกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญต่อประเทศ และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้

ขณะเดียวกัน กรมฯได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตหรือการเรียกรับสินบนได้โดยตรงถึงอธิบดี โดยยืนยันว่าจะดำเนินการทางวินัยและลงโทษอย่างหนักกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดวินัยข้าราชการและไม่สามารถยอมรับได้

ปัจจุบันได้มีการเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตที่สามารถส่งข้อมูลถึงอธิบดีฯ ได้โดยตรง ผ่านช่องทางอีเมล dg.dip@ipthailand.go.th และเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา www.ipthailand.go.th 

รวมถึงกล่องรับความคิดเห็นส่งตรงถึงอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ณ ศูนย์บริการทรัพย์สินทางปัญญาครบวงจร (IP One) ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถสะท้อนปัญหาหรือแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

โดยผู้แจ้งสามารถขอปกปิดข้อมูลส่วนตัวได้ หากไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ ซึ่งกรมฯจะเก็บข้อมูลเป็นความลับ และหากพบเบาะแสก็พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับผู้กระทำผิด

นางอรมน ยังกล่าวว่า ในปัจจุบันภาครัฐต้องพยายามลดการเผชิญหน้าระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ โดยนโยบายรัฐบาลดิจิทัลถือเป็นเรื่องสำคัญ กรมฯจึงเร่งตรวจสอบทุกขั้นตอนการให้บริการให้สามารถตรวจสอบได้ และพัฒนาระบบดิจิทัลให้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การให้คำปรึกษาผ่านระบบ Tele-consulting ซึ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดการพูดคุยหรือการหารือได้ เพื่อช่วยปิดช่องทางการทุจริต นอกจากนี้ ยังมีระบบ e-Filing และระบบชำระค่าธรรมเนียมผ่าน Electronic Payment ซึ่งมองว่าจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ นางอรมน ระบุว่า ตนเองเตรียมหารือกับหน่วยงานผู้จัดทำรายงานดังกล่าว เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่ปรากฏในรายงาน เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการกับผู้กระทำผิดหากพบการทุจริตเกิดขึ้นจริงต่อ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรียกรับผลประโยชน์  "ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก" หากพบผิดพร้อมลงโทษขั้นสูงสุด ย้ำจุดยืน! ใช้ดิจิทัลทุกงานบริการ ลดการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจ/ประชาชน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของประเทศหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นประกอบการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจชาวต่างชาติ รวมถึง การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยกรมฯ ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการทุกระดับ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติราชการทุกขั้นตอน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมฯ มีความเข้มงวดต่อการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน และมีการกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหากมีข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจหรือภาคประชาชน กรมฯ จะรีบดำเนินการตรวจสอบโดยทันที เนื่องจากมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อการให้บริการของกรมฯ รวมทั้ง นำระบบดิจิทัลมาให้บริการในทุกกระบวนงาน ซึ่งช่วยลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ
 
จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ "คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน" ซึ่งมีการระบุชื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ (สินบน) แม้จะอยู่ลำดับที่ 21 จาก 26 หน่วยงาน ของผลการสำรวจเรื่องจำนวนเงินต่อครั้งที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อ รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้บริการกรมฯ ผ่านระบบดิจิทัลได้ครบ 100% แล้ว เช่น การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ผ่านระบบ DBD Biz Regist การจดทะเบียนบริษัทมหาชน ผ่านระบบ DBD e-PCL การนำส่งงบการเงิน ผ่านระบบ DBD e-Filing การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ผ่านระบบ e-Foreign Business การจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านระบบ e-Secured และการให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เป็นต้น 

ซึ่งทุกระบบที่กล่าวมามีผู้เข้าใช้บริการเกือบครบ 100% แล้ว โดยกรมฯ ได้มีการทบทวนและปรับปรุงระบบดิจิทัลให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยตลอด เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการให้บริการ มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการ/การให้บริการที่มีรูปแบบเดียวกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารที่เป็นเอกภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง สร้างระบบติดตามสถานะทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพื่อสื่อสารให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้ทราบระยะเวลาการให้บริการที่ชัดเจน ช่วยลดความคลางแคลงใจในการให้บริการของกรมฯ ซึ่งช่วยขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์อันเป็นต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชัน 

อีกทั้ง ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องไม่เรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมถึงได้กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตลอดจนมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด แต่เมื่อผลสำรวจฯ ออกมาเช่นนี้ กรมฯ ก็พร้อมเดินหน้าตรวจสอบถึงข้อกล่าวอ้างฯ ดังกล่าว โดยจะปฏิบัติบนหลักสัจธรรมและความถูกต้องที่ว่า ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ โดยไม่เข้าข้างผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำความผิด ก็พร้อมดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด และจะมีการเรียกประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศในวันอังคารหน้าให้รับทราบนโยบายและข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว เพื่อปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เห็นด้วยและขอชื่นชมกับการที่ภาคเอกชนกล้าแสดงออกและเข้ามาร่วมตรวจสอบการปฏิบัติราชการและการให้บริการของภาครัฐในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความชอบธรรมในการประกอบธุรกิจ/การใช้บริการของภาครัฐ รวมทั้ง การต่อต้านและไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มากของประเทศและเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน 

โดยเชื่อว่าเสียงสะท้อนของภาคธุรกิจและประชาชนจะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภาครัฐให้มีความโปร่งใส พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และเดินหน้าสู่ภาครัฐโปร่งใสตามความคาดหวังของภาคธุรกิจและประชาชน แต่มีข้อสังเกตถึงสาเหตุที่มีข้อถกเถียงของเกือบทุกหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาและไม่ยอมรับผลสำรวจ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรูปแบบของการทำสำรวจ เช่น การเลือกหน่วยงานภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจงเพียง 5 กลุ่ม การตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างเพียง 401 ราย และข้อคำถามที่อาจมีความไม่ชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อนของผู้ตอบแบบสอบถาม

 

กรมควบคุมมลพิษ FB/กรมควบคุมมลพิษ
คพ. ยืนยันปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช FB/แถลงการณ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
แถลงการณ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมสรรพสามิต กรมสรรพสามิต
กรมสรรพสามิตยืนยันความมุ่งมั่นต่อต้านการทุจริต เดินหน้ายกระดับความโปร่งใส

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ