ความคืบหน้าคดี นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ผู้ต้องหาเมาแล้วขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิต
ล่าสุดวันนี้ (30 พ.ค.69) ที่ สภ.บางศรีเมือง พี่สาว-พี่ชาย รวมถึงลูกทั้ง 2 คน ครอบครัวของ นายศรนรินทร์ อายุ 43 ปี ไรเดอร์ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการพูดคุยรายละเอียดของคดีในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี
นางสาววิยะดา อายุ 49 ปี พี่สาวของไรเดอร์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าเมื่อวานที่ผ่านมา คู่กรณีได้เดินทางไปที่วัดเพื่อขอขมาศพผู้เสียชีวิต พร้อมมอบเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ส่วนเรื่องเงินเยียวยาหลังเสร็จสิ้นพิธีศพนั้น จะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นมีการหารือไว้ที่ประมาณ 500,000 บาท แต่ตนมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจะมีการเรียกร้องเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เสียชีวิตยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน จึงต้องการให้คู่กรณีรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด
ส่วนกรณีที่คู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพมากกว่า เพราะจากคลิปเหตุการณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะ มีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ หรือการยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุราและไม่ได้เป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ จึงยอมรับว่ารู้สึกกังวล เนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง ขณะที่ครอบครัวของตนเป็นเพียงคนชั้นล่าง จึงอยากขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งพุ่งเข้าไปชกหน้าคู่กรณีภายในงานศพนั้น ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ญาติของครอบครัว แต่เป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิตจากการพูดคุยสาเหตุที่เข้าไปทำร้ายร่างกาย เพราะรักผู้เสียชีวิตเนื่องจากที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตคอยให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามก่อนที่คู่กรณีจะเดินทางมาขอขมาศพที่วัด ครอบครัวได้มีการพูดคุยและตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่กรณี ทุกคนเข้าใจตรงกัน เพราะต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับคู่กรณี น้องชายของตนก็ไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีก พร้อมยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือคนรอบข้างเสมอ จึงเป็นที่รักของเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังฝากข้อความถึงคู่กรณีว่า “กรุณาช่วยให้เต็มที่อย่างที่เคยพูดไว้ด้วย เราไม่รู้อะไรตาสีตาสา ท่านที่มีความรู้ก็อยากให้ช่วยให้เต็มที่” นางสาววิยะดา กล่าว