วันที่ 29 พ.ค. 2569 เวลา 16.35 น. นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. เดินทางมายังวัดทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พร้อมทนายความ ญาติ และเพื่อน เพื่อนำพวงหรีดมากราบขอขมาศพนายศรนรินทร์ คนจขับไรเดอร์ผู้เสียชีวิต
โดยระหว่างที่นายจรงค์เดินทางมาถึง ได้มีเพื่อนของผู้เสียชีวิตรายหนึ่งเข้ามาชกที่บริเวณใบหน้า จนได้รับบาดเจ็บปากแตก โดยผู้ก่อเหตุพูดในลักษณะว่า ต้องเจอศาลเตี้ยอย่างนี้
จากนั้นทนายความได้รีบเข้าไปห้ามชายที่เข้ามาชก พร้อมขอให้ยุติการกระทำ ขณะที่นายจรงค์ เมื่อลุกขึ้นมาได้แล้ว พยายามใช้ผ้าปิดบริเวณปากที่มีเลือดไหลออกมา โดยพบว่าริมฝีปากมีอาการบวมปูดและมีบาดแผลแตกจากการถูกชกดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ บรรดาญาติได้รีบเข้าห้ามปรามเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่นายจรงค์ยังคงยืนยันที่จะเข้ากราบขอขมาศพ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นให้กับพี่สาวของผู้เสียชีวิต รวมถึงกล่าวขอโทษลูกทั้ง 2 คนของผู้เสียชีวิต โดยยืนยันว่าจะช่วยเหลือส่งเสียด้านการศึกษาให้เรียนจนจบ
ขณะเดียวกัน ลูกของผู้เสียชีวิตได้ขอความช่วยเหลือเรื่องที่ดินที่ผู้เป็นพ่อซื้อไว้และยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ ซึ่งนายจรงค์ระบุว่าจะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตามกำลังความสามารถ แต่ขอให้เสร็จสิ้นงานศพก่อน แล้วจึงค่อยมาพูดคุยรายละเอียดกันอีกครั้งภายหลัง
จากนั้นนายจรงค์ได้ขอตัวเดินทางกลับก่อน โดยให้เหตุผลว่าหากยังอยู่ภายในงานต่อ อาจเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งหรือความรุนแรงขึ้นอีก
ด้านญาติของผู้เสียชีวิตยืนยันว่า ผู้ที่เข้าทำร้ายร่างกายนายจรงค์เป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้ทางครอบครัวได้พูดคุยและกำชับกันแล้วว่า ห้ามก่อเหตุหรือใช้ความรุนแรงกับคู่กรณีโดยเด็ดขาด แต่สุดท้ายก็ยังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จึงได้กล่าวขอโทษนายจรงค์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
หลังเกิดเหตุ นายจรงค์ ได้ถือพานธูปเทียนเข้าไปกราบขอขมาศพนายศรนรินทร์ โดยเปิดเผยว่า ตนไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่ได้เป็นอะไร เข้าใจความรู้สึกของทุกฝ่าย เพราะคนเราย่อมมีความรู้สึกต่อเหตุการณ์สูญเสียได้
นายจรงค์กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะเชิญลูกทั้ง 2 คนของผู้เสียชีวิตไปที่สถานีตำรวจ เพื่อทำบันทึกข้อตกลงต่อหน้าพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับรายละเอียดในการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ที่ได้พูดคุยกันไว้
ส่วนเรื่องหน้าที่การงานนั้น ก็จะเป็นไปตามกระบวนการและระเบียบของสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าจะมีการดำเนินการทางวินัยอย่างไรต่อไป