ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แจงแอร์สาวจากไทย ลักลอบนำยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงกรณีแอร์สาวจากไทย ถูกจับกุมคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย ย้ำระบบเอ็กซเรย์ทำงานตามมาตรฐานความปลอดภัย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงกรณีพนักงานต้อนรับสายการบินถูกจับกุมคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย นั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สัมภาระของลูกเรือดังกล่าวได้ผ่านการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสัมภาระในระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออก โดยระบบแสดงผลการตรวจสอบ “ไม่พบวัตถุระเบิดและสารระเบิด” สัมภาระดังกล่าวจึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงสัมภาระขึ้นอากาศยานต่อไป

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แจงแอร์สาวจากไทย ลักลอบนำยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย

ทั้งนี้ ระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออก เป็นระบบเอ็กซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ (Explosive Detection System : EDS) ซึ่งตรวจจับวัตถุระเบิดและสารระเบิดเป็นหลัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันภัยคุกคามและการก่อวินาศกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทสภ. ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มงวด ทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการสืบสวน ข่าวกรอง การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการคัดกรองผู้ต้องสงสัยอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ ทสภ. น้อมรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาศึกษาและพัฒนาการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยและการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางยกระดับมาตรการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ทสภ. ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดมีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม โดยในช่วงปี 2568 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่ลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดผิดกฎหมายผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รวมกว่า 23 ราย ของกลางยาเสพติดรวม 211 กิโลกรัม

ทสภ. ขอยืนยันว่า พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทยให้เป็นที่เชื่อมั่นในระดับสากลต่อไป

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

ขณะเดียวกันสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน ได้ประสานผู้ดำเนินการสนามบินและสายการบินที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามข้อเท็จจริงและตรวจสอบการดำเนินงาน พร้อมยืนยันว่ากระบวนการตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระ ณ จุดตรวจค้นของประเทศไทยดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดของ CAAT ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อแนะนำขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

การตรวจค้นเพื่อความปลอดภัยการบินมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการนำสิ่งของต้องห้าม (Prohibited Items) ที่อาจเป็นภัยต่อความปลอดภัยของอากาศยาน ผู้โดยสาร และลูกเรือขึ้นสู่อากาศยาน (Safety and Security) ส่วนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง CAAT จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อร่วมมือกันปรับปรุงแนวทางการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพและป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ทั้งนี้ CAAT ได้ประสานงานกับสายการบินเพื่อติดตามผลการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว และหากพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความผิดจริง CAAT จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการเดินอากาศ รวมถึงพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับใบรับรองสมาชิกลูกเรือ (Crew Member Certificate: CMC) เพื่อรักษามาตรฐาน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ