เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ความว่า
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐ และจัดสวัสดิการต่างๆ ให้แก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ อันจะทำให้การกำหนดนโยบายหรือมาตรการต่างๆ ของรัฐ การให้บริการภาครัฐ และการจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชน อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและให้บริการของภาครัฐ ลดภาระแก่ประชาชน สร้างความโปร่งใสในภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569”
มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐแก่ประชาชนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐด้วยกันตามที่หน่วยงานของรัฐนั้นร้องขอ
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เปิดเผยระหว่างกันนั้นไว้ ไม่ให้มีการเปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่ การรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐยังคงจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน ทำให้การบูรณาการข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ประกอบการจัดทำนโยบายและมาตรการต่างๆ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ การจัดสวัสดิการ และการให้บริการแก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวระหว่างหน่วยงานของรัฐยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสในภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ทั้งความผิดกฎหมายทั่วไปและความผิดกฎหมายที่ร้ายแรงต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น องค์กรอาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชัน การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ การฉ้อโกงประชาชน ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นได้เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับนำไปวิเคราะห์เพื่อจัดทำและให้บริการภาครัฐ จัดสวัสดิการ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือต่างๆ แก่ประชาชนได้แบบมุ่งเป้า เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายอันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่หลักนิติรัฐ รวมทั้งการให้บริการต่าง ๆ แก่ประชาชนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้