ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 โดยให้มีผลใช้บังคับเฉพาะหมวด 1 บททั่วไป และมาตรา 38 วรรคสอง ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 2569 ส่วนรายละเอียดในมาตราอื่นให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน
เหตุผลในการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย มีกำหนดเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอนที่ชัดเจน ลดขั้นตอนการอนุญาตที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีมาใช้ในการอนุญาตและการให้บริการภาครัฐ
และให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต เพียงเท่าที่จำเป็น อันเป็นการลดภาระและต้นทุนของประชาชน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม
สำหรับรายละเอียดกฎหมาย ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 2569 ประกอบด้วย
- หน่วยงานรัฐต้องพัฒนาระบบการทำงาน การอนุญาตและการให้บริการประชาชนให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมทั้งพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีศักยภาพ ซื่อสัตย์สุจริต และมีทัศนคติในการเป็นผู้ให้บริการให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ไม่สร้างภาระและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และไม่เลือกปฏิบัติ
- กรณีงานบริการเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานให้ร่วมกันกำหนดแนวทางทำงานแบบบูรณาการ และหากมีปัญหาอุปสรรคให้สำนักงาน ก.พ.ร.เข้ามาช่วยแก้ไขหรือเสนอทางออกต่อคณะรัฐมนตรี
- เมื่อประชาชนติดต่อสอบถามหรือให้ข้อเสนอแนะ หน่วยงานต้องแจ้งผลการดำเนินการหรือตอบคำถามภายใน 15 วัน
- นอกจากนั้นยังกำหนดมาตรการลดภาระเอกสารและขั้นตอน อาทิ การออกกฎเกณฑ์ต้องเน้นความสะดวกและสร้างภาระให้ประชาชนน้อยที่สุด , ห้ามขอสำเนาเอกสารที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้ออกให้หรือมีข้อมูลในระบบดิจิทัลอยู่แล้ว และหากต้องใช้สำเนาหลายชุด ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการจัดทำสำเนาให้ครบถ้วน เป็นต้น
- กรณีมีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไข ห้ามนำมาใช้บังคับกับคำขอที่ยื่นไว้โดยชอบแล้ว ก่อนวันที่หลักเกณฑ์ใหม่มีผล เว้นแต่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ยื่นคำขอ
- หากแก้ไขกฎหมายในสาระสำคัญจะเพิ่มภาระแก่ประชาชน ห้ามบังคับใช้จนกว่าจะมีการแก้ไข คู่มือสำหรับประชาชนให้สอดคล้องกันเสียก่อน
- กำหนดให้หน่วยงานรัฐจัดให้มีศูนย์บริการร่วม แบบ One-Strop Service เพื่อรับคำขอและชี้แจงรายละเอียดในที่เดียว และต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการผ่านระบบออนไลน์ด้วย
- กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับรายละเอียดของกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน มีสาระสำคัญทั้งหมด 6 หมวด ดังนี้
การยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต
- คู่มือสำหรับประชาชน: ทุกการอนุญาตต้องมีคู่มือที่ระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม ขั้นตอน ระยะเวลา และเอกสารที่ต้องใช้ไว้อย่างชัดเจน รวมถึงช่องทางยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยหน่วยงานต้องจัดทำคู่มือให้เสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
- การตรวจสอบคำขอ: เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบคำขอและเอกสารทันที หากไม่ถูกต้องหรือขาดหลักฐานต้องแจ้งให้แก้ไขทันที หากแก้ไขไม่ได้ในขณะนั้น ให้ทำ "บันทึกความบกพร่อง" และห้ามเจ้าหน้าที่เรียกเอกสารเพิ่มเติมอีกในภายหลังโดยอาศัยเหตุแห่งความบกพร่องเดิม
- กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน: การอนุญาตต้องเสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนดในคู่มือ หากยังไม่เสร็จสิ้น ต้องแจ้งเหตุล่าช้าให้ผู้ยื่นคำขอทราบทุก 7 วัน จนกว่าจะพิจารณาเสร็จ และต้องรายงานสำนักงาน ก.พ.ร. ทราบด้วย
- การอนุญาตโดยปริยาย: สำหรับกิจการที่มีความเสี่ยงต่ำ อาจมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดว่า หากเจ้าหน้าที่พิจารณาไม่เสร็จในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าได้รับอนุญาต ตามคำขอนั้นโดยปริยาย
- การต่ออายุใบอนุญาต: สามารถชำระค่าธรรมเนียมแทนการยื่นคำขอต่ออายุได้ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อความสะดวกรวดเร็ว
- ใบอนุญาตหลักและใบอนุญาตรอง: อาจมีการตรากฎหมายให้การได้รับใบอนุญาตหลักเพียงใบเดียว ถือว่าได้รับใบอนุญาตรองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อลดความซ้ำซ้อน
การให้บริการและการปรับปรุงระบบ
- การบริการสาธารณะ: ให้นำหลักการเรื่องคู่มือประชาชน การตรวจสอบคำขอ และกำหนดเวลา มาใช้กับงานบริการอื่นๆ เช่น การรับสวัสดิการ หรือการรับชำระเงินของรัฐด้วย
- การประเมินผลสัมฤทธิ์: หน่วยงานรัฐต้องประเมินความคุ้มค่าและอุปสรรคของการมีระบบอนุญาตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกเลิกหรือปรับปรุงขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อแก้ไขคู่มือให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ศูนย์รับคำขอกลาง
- One-Stop Service: จะมีการจัดตั้งศูนย์รับคำขอกลาง เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอและเอกสารสำหรับหลายกฎหมายได้ ณ จุดเดียว โดยการยื่นที่ศูนย์นี้ให้ถือว่าเป็นการยื่นต่อหน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตโดยตรง
- ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ: ศูนย์นี้จะทำหน้าที่รับชำระค่าธรรมเนียม และให้บริการผ่านระบบออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ
มาตรการเสริมและบทเฉพาะกาล
- ช่องทางพิเศษ (Fast Track): หน่วยงานสามารถจัดให้มีบริการเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษได้ โดยอาจมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- คู่มือภาษาต่างประเทศ: อาจมีการจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติ
- การเปลี่ยนผ่าน: ในช่วง 180 วันแรกที่กฎหมายส่วนใหญ่ยังไม่บังคับ ให้ใช้คู่มือประชาชนฉบับเดิมไปพลางก่อน แต่ต้องเร่งจัดทำฉบับใหม่ให้เสร็จตามกำหนด
อ่านกฎหมายฉบับเต็ม : พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569