Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

กวาดล้างขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเด็กจีนกว่า 164 เคส

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจนครบาล-กรมการปกครอง กวาดล้างขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเด็กจีนกว่า 164 เคส จนท.รพ.-จนท.เขตร่วมด้วย อึ้งบางคนเป็นนอมินีบริษัทสร้างตึก สตง.

วันที่ 9 ก.ค.2569 พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจนครบาล และ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีการปกครอง ,DOPA N.IC.E , ปปท.,ปปง. เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” พ่อไทย(ทิพย์)รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว ร่วมกับ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และ เจ้าหน้าที่เขต ใช้คนไทย (ทิพย์) เปิดทางปั้นเด็กต่างด้าวที่เกิดมาให้ได้สัญชาติโดยสายเลือดและการเกิดในแผ่นดินไทย

ขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) สตริงเกอร์ กทม.
กวาดล้างขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเด็กจีนกว่า 164 เคส

ซึ่งก่อเกิดสิทธิหน้าที่และประโยชน์ทุกด้าน ทั้งทางด้านสังคม การศึกษา การครองครองสังหาริมทรัพย์ และอสังริมทรัพย์ กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาลจึงได้ออกหมายจำนวน 40 และ 42 หมายค้น ประกอบด้วย น.ส.สุ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล  1 ราย  น.ส.ศิ เจ้าหน้าที่เขต 1 ราย พ่อไทย (ทิพย์) จำนวน 17 ราย และ แม่ต่างด้าว จำนวน 16 ราย

โดยพล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายเฉิน ยินไล สัญชาติจีน ซึ่งกระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเม.ย. 2567 โดยจากการสืบสวนขยายผลพบว่า มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยังนางสาวเป้าเจียว เฉิน ซึ่งเป็นภรรยาชาวจีนของนายเฉิน ยินไล โดยนางสาวเป้าเจียว เฉิน มีบุตรจำนวน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการสืบสวนเชิงลึกพบว่ามีการจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับนางสาวเป้าเจียว เฉิน เพื่อให้มาเป็นบิดาของบุตร ซึ่งการทำคลอดและแจ้งการเกิด มีการซื้อแพ็กเกจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในการรับแจ้งเกิดให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อ น.ส.สุ ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับติดต่อกับคนจีน เพื่อให้ลูกของกลุ่มคนจีนได้สัญชาติไทย โดยให้มาทำคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายครั้งละ 70,000 บาท และมีค่าดำเนินการของ น.ส.สุ ประมาณ 20,000 บาท ทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารของบิดาและมารดาเพื่อนำไปแจ้งการเกิด โดยจะมีการใช้คนไทยจดทะเบียนสมรสหรือมารับรองว่าเป็นบิดาให้ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000 - 15,000 บาท และมี น.ส.ศิ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ซึ่งเชื่อว่ารู้เห็นกับการดำเนินการของ น.ส.สุ

ขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) สตริงเกอร์ กทม.
กวาดล้างขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเด็กจีนกว่า 164 เคส

เบื้องต้นจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองพบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทย ซึ่งมีเด็กจีนที่ใช้พ่อไทยมาแจ้งเกิดรวม 164 เคส ในช่วงเวลาประมาณ 5 ปี ซึ่งใน 164 เคสนี้ พบ มี น.ส. สุ และ น.ส.ศิ เป็นผู้ดำเนินการให้ 62 เคส ก่อนที่จะขยายผลพบพ่อทิพย์คนไทยร่วมขบวนการรวม19 คน ทั้งนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไป

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครอง เพื่อต้องการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอำพรางการจดทะเบียนสมรสและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ ขณะนี้กรมการปกครองได้แจ้งให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตและเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของคนจีนเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาดำเนินการเนรเทศคนต่างด้าวให้ออกจากราชอาณาจักรตามกฎหมายคนเข้าเมือง และจะดำเนินการให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการทางทะเบียนที่เป็นเท็จเพื่อดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเคร่งครัด

ขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) สตริงเกอร์ กทม.
กวาดล้างขบวนการพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเด็กจีนกว่า 164 เคส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส. สุ และ น.ส.ศิ ช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย นำหมายจับไปดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ ปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ” พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายกับผู้ต้องหา ก่อนจะคุมตัวผู้ต้องหาไป ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันมีข้อมูลว่าหนึ่งในพ่อทิพย์ มีชื่อของนายประจวบ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดี นอมินี ของบริษัทไชน่าเรลเวย์ ที่ถือหุ้น10% ด้วย จากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าตัวอ้างว่าเป็นพ่อจริงๆ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่นำดีเอ็นเอไปตรวจสอบ พบว่า ดีเอ็นเอของนายประจวบ ไม่ตรงกับบุตรชาวจีน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ