ความคืบหน้ากรณีเหตุถนนทรุดตัวและเกิดรอยร้าวบนผิวจราจร บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ หลังเกิดเหตุน้ำท่วมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะนั้น
ล่าสุดสำนักงานเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ออกประกาศสำนักงานเขตคลองสาน เรื่อง ขอความร่วมมือห้ามเข้าใช้อาคาร ความว่า ด้วยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ได้เกิดเหตุน้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้า บริเวณถนนวงเวียนใหญ่และถนนประชาธิปก ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอุโมงค์และอาคารบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร
จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องตัน อาคารดังกล่าวอาจเป็น ภยันตรายต่อ สุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน เห็นควรหยุดใช้อาคาร หากมีการใช้อาคารอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้อาคารได้
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สำนักงานเขตตตลองสานจึงประกาศขอความร่วมมือ ห้ามเข้า ห้ามใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้สำนักงานเขตดลองสานได้ประสานการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยในการจัดที่อยู่อาศัยชั่วคราว โดยสามารถติดต่อได้ที่กองอำนวยการร่วมบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตาตากสินมหาราชต่อไป
ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมานายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์เหตุน้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้
โดยนายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญพบว่าอัตราการทรุดตัวของผิวการจราจร ไม่ได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังมีการทรุดตัวอยู่ในระดับคงที่ จึงไม่ได้มีอะไรที่ต้องเป็นกังวล ซึ่งขั้นตอนการทำงานขณะนี้ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างทำการเจาะจุดต่าง ๆ เพิ่มหลังจากได้ทำการเอกซเรย์ ดูว่าบริเวณไหนที่มีโพรงก็ได้มีการทำการเจาะและเตรียมที่จะหล่อน้ำปูนเหลวลงไปเพื่ออุดช่องว่างเหล่านั้น ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาเพิ่มเติม จะมีการหารือกันในวันพรุ่งนี้ช่วงเช้า โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จากทุกบริษัทมาพูดคุยกัน ว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร ส่วนปัญหาน้ำที่ท่วมขังอยู่ในอุโมงค์ขณะนี้อยู่ระหว่าง ค่อย ๆ สูบออกเพื่อรักษาแรงดัน ระหว่างภายในและภายนอก ให้อยู่ในระดับที่สมดุลกันก่อน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานควบคู่กันสองอย่างทั้งสูบน้ำในอุโมงค์ออกและพยายามอุดช่องว่างที่ทำให้ดินทรุดตัวลง เบื้องต้นไม่สามารถสูบน้ำออกมาทั้งหมดได้เพราะจะต้องอุดโพรงดินทั้งหมดก่อน
สำหรับอาคารที่ก่อนหน้านี้มีรายงานเกิดรอยแยกเพิ่มเติมและมีเสียงลั่นนั้น ขณะนี้ได้มีผศ.ธเนศ วีระศิริ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้ามาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยืนยันอาคารยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มขึ้น โดยผศ.ธเนศ ถือเป็นผู้ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับโครงสร้างวิศวกรรมในบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นอย่างดีและได้ตั้งสมมติฐานว่า อาคารบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นเสาเข็มกลุ่ม ที่ค่อนข้างมีความแข็งแรง
ด้านนายวรศิษฎ์ ระบุว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้มีการเตรียมความพร้อม โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้มีการนำทีมมาเตรียมความพร้อมไว้ ตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มคลี่คลาย โดยเฉพาะทีม USAR ที่ถือเป็นทีมทำงานมือหนึ่งของประเทศไทยก็ได้มีการเตรียมอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงานทุกด้าน