มท. ขีดเส้น 30 วัน สั่งตรวจสถานบริการทั่วประเทศ ดำเนินคดีทันทีหากไม่ได้มาตรฐาน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มหาดไทยขีดเส้นตาย 30 วัน สั่งตรวจสถานบริการ-อาคารสาธารณะทั่วประเทศ หากไม่ได้มาตรฐานลุยดำเนินคดีทันที

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสถานบริการทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การสูญเสียในลักษณะเดียวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบริการย่านถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังกรม จังหวัด และประสานกรุงเทพมหานคร รวมถึงเมืองพัทยา เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ ได้แก่

1. ให้ "กรมการปกครอง" จัดระเบียบสถานบริการและสถานประกอบการให้เป็นไปตามกฎหมาย และจัดทำฐานข้อมูลผลการตรวจสอบ โดยกำชับที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมทั้งกวดขันบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสถานบริการและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยไม่มีการละเว้น

2. ให้ "กรมโยธาธิการและผังเมือง" ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร โดยสนับสนุนการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟ ความจุอาคาร องค์ประกอบด้านวิศวกรรม และจัดทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ สนับสนุนจังหวัดตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด

3. ให้ "กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย" เตรียมความพร้อมในการป้องกันอัคคีภัย โดยสนับสนุนการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ดับเพลิง แผนอพยพหนีไฟของสถานประกอบการ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจประเมินความพร้อมและให้คำแนะนำในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย และเร่งรัดฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

4. ให้ "กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น" สั่งการสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก โดยบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังผู้ประกอบการและประชาชนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย

5. ให้ "ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา" ยกระดับความปลอดภัยในระดับพื้นที่ มุ่งเน้นระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน ความจุอาคาร ความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยชีวิต และการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย โดยบูรณาการจัด "ชุดปฏิบัติการตรวจสอบสถานบริการและอาคารสาธารณะ" ทุกแห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ครอบคลุมทั้งสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ โรงเบียร์ ร้านอาหารที่มีดนตรีสด อาคารสาธารณะ และสถานประกอบการที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก

พร้อมทั้งจัดทำบัญชีสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจ และที่อยู่ระหว่างการแก้ไข รายงานกระทรวงมหาดไทยตามห้วงเวลาที่กำหนด และกำชับนายอำเภอ รวมถึงผู้อำนวยการเขตและผู้รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องของสถานประกอบการอย่างใกล้ชิด และห้ามเปิดดำเนินการจนกว่าจะเป็นไปตามมาตรฐาน

นอกจากนี้ ให้รณรงค์สร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และห้ามกระทำการใดที่เป็นการปิดกั้นทางหนีไฟหรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยมุ่งมั่นในการบูรณาการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านอาหาร หรืออาคารสาธารณะ ที่มีลักษณะเชื่อได้ว่าไม่ได้มาตรฐานหรือมีอันตราย สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือผู้นำท้องที่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ