ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาใกล้แนวชายแดนและตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เคยถูกกระสุนปืนใหญ่เหตุปะทะไทย-กัมพูชาตก ได้จัดซ้อมแผนอพยพและแผนเผชิญเหตุให้กับนักเรียนและครู ก่อนครบรอบ 1 ปี เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2568 ที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยขณะนั้นกระสุน BM-21 ตกใส่บ้านเรือน และสถานีอนามัยจนเกิดเพลิงไหม้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมทั้งต้องอพยพประชาชนตลอดแนวชายแดนกว่า 100,000 คน ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยนานหลายเดือน
แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะกลับสู่ความสงบ แต่ทางโรงเรียนยังคงไม่ประมาท จึงจัดการฝึกซ้อมเป็นประจำ โดยสอนให้นักเรียนหมอบต่ำ ปิดหู และคลานหลบภัยทันทีเมื่อได้ยินเสียงระเบิดหรือปืนใหญ่ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ครูจะตีระฆังเป็นสัญญาณให้อพยพจากห้องเรียนไปยังหลุมหลบภัยที่กำหนดไว้ ตามแผนของแต่ละห้องเรียน และหากเหตุการณ์ยืดเยื้อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จะเข้ารับนักเรียน และครูไปยังศูนย์อพยพร่วมกับผู้ปกครอง
นางดาวเรือง มีชัย ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า การซ้อมครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุปะทะ โดยเมื่อได้ยินเสียงปืนใหญ่หรือระเบิด ครูจะตีระฆังเป็นสัญญาณถี่ ๆ ให้เด็กหมอบกับพื้นและปิดหู ก่อนพาอพยพไปยังหลุมหลบภัย ซึ่งโรงเรียนจัดเตรียมไว้ทั้งหมด 8 หลุม ใน 3 จุด ใกล้อาคารเรียนมากที่สุด
ทั้งนี้ ทางโรงเรียนจัดซ้อมแผนเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และหลังการฝึกทุกครั้ง จะมีการประชุมครูเพื่อประเมินข้อบกพร่อง ปรับปรุงแผน และพัฒนามาตรการความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลนักเรียนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอีกครั้ง