โลกออนไลน์เกิดกระแสดรามา หลังหญิงชาวไทยรายหนึ่งโพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า BTS พร้อมตั้งคำถามว่า “นักท่องเที่ยวเสียงดังใน BTS เราผิดที่บอกให้เขาเงียบ หรือเขาผิดที่เสียงดัง?”
ภายในคลิป เจ้าของโพสต์ได้เข้าไปตักเตือนกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งคาดว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี หลังส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารภายในขบวนรถไฟฟ้า
ทำให้กลุ่มวัยรุ่นกลับแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยวัยรุ่นชายคนหนึ่งชูนิ้วกลางใส่เจ้าของคลิป พร้อมใช้ถ้อยคำหยาบคายพาดพิงถึงครอบครัว และหัวเราะเยาะระหว่างเกิดเหตุ
หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยมีชาวเน็ตไทยจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยว พร้อมมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะ และควรเคารพกฎระเบียบรวมถึงมารยาทในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ
ลุกลาม! โซเชียลแห่ตามสืบ
ภายหลังคลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ชาวโซเชียลไทยจำนวนมากได้ช่วยกันสืบค้นข้อมูลของกลุ่มวัยรุ่นที่ปรากฏในคลิป จนพบเบาะแสที่คาดว่า กลุ่มดังกล่าวอาจเป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลี ซึ่งเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
ชาวเน็ตแห่ถล่มเพจสถานทูตอิตาลีฯ กดโกรธ-จี้รับผิดชอบดราม่า BTS
ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจ "Embassy of Italy in Bangkok" หรือสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย พร้อมกดสัญลักษณ์ "โกรธ" เป็นจำนวนมาก เพื่อเรียกร้องให้สถานทูตออกมาชี้แจงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งแสดงความคิดเห็นในลักษณะประชดประชัน และเตือนว่าหากไม่มีการชี้แจง อาจทำให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่พบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่มีรายงานว่าเพจของสถานทูต ได้จำกัดการแสดงความคิดเห็นในบางโพสต์แล้ว
หนุ่มอิตาลีในไทยโพสต์ขอโทษ วอนอย่าตัดสินคนอิตาลีทั้งหมด
ชายชาวอิตาลี ซึ่งแต่งงานกับหญิงชาวไทยและพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Edo Eats Wrong แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดรามากลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งเสียงดังบนรถไฟฟ้า BTS จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์
โดยระบุว่า มีหลายคนส่งข่าวเหตุการณ์ดังกล่าวมาให้ดู พร้อมยอมรับว่ารู้สึก “น่าอาย” เพราะเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ นักท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของตัวเอง แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศด้วย
เจ้าตัวระบุว่า ประเทศไทยให้การต้อนรับด้วยความเมตตา มอบโอกาส และทำให้รู้สึกเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง จึงเชื่อว่าสิ่งพื้นฐานที่ควรทำ คือการเคารพกฎระเบียบ วัฒนธรรม และผู้คนในประเทศที่เดินทางไปเยือน
พร้อมย้ำว่า การเป็นนักท่องเที่ยวไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำทุกอย่างตามใจตัวเองได้ และหวังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ทำให้คนไทยมองว่าชาวอิตาลีทุกคนเป็นเช่นนั้น เพราะคนอิตาลีส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าการเคารพผู้อื่นคือสิ่งสำคัญ
ท้ายโพสต์ยังกล่าวขอบคุณประเทศไทย สำหรับความมีน้ำใจที่มอบให้ในทุก ๆ วัน พร้อมขอให้ผู้คนแยกแยะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกจากภาพรวมของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีทั้งหมดอีกด้วย
บริษัททัวร์อิตาลีแจงด่วน!
บริษัท ทราเวลลิงฟอกซ์ (TravellingFox) ผู้จัดทริปศึกษาดูงานจากประเทศอิตาลี ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก TravellingFox Estate INPSieme ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ โดยระบุขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าพฤติกรรมที่ปรากฏในคลิปไม่สะท้อนถึงคุณค่าและแนวทางที่บริษัทได้ยึดถือและส่งเสริมมาตลอดหลายปี
แถลงการณ์ระบุว่า กลุ่มที่เกี่ยวข้องเป็นนักเรียนชายและหญิงจำนวนมาก ซึ่งหลายคนยังเป็นผู้เยาว์ และเข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ สัมผัสสภาพแวดล้อมนานาชาติ รวมถึงปลูกฝังความเคารพและความเปิดกว้างต่อประเทศเจ้าบ้าน
บริษัทชี้แจงว่า เช่นเดียวกับกลุ่มคนหนุ่มสาวทั่วไป ความตื่นเต้นและความกระตือรือร้นในช่วงเวลานั้นอาจทำให้เกิดความคึกคักเกินควรในพื้นที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม เหตุผลดังกล่าวไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการแสดงออกหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ และพฤติกรรมดังกล่าวก็ไม่ใช่สิ่งที่สะท้อนคุณค่าของบริษัท หรือของนักเรียนส่วนใหญ่ที่ร่วมเดินทาง
นอกจากนี้ บริษัทเน้นย้ำว่า การกระทำของบุคคลเพียงบางส่วนไม่ควรถูกมองว่าเป็นตัวแทนของผู้จัดโครงการ หรือของนักเรียนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมทริป ซึ่งต่างเดินทางมาด้วยความกระตือรือร้น ความอยากเรียนรู้ และความเคารพต่อประเทศเจ้าบ้าน
พร้อมกันนี้ บริษัทระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ได้พานักเรียนและนักท่องเที่ยวนับพันคนเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่บริษัทมีความผูกพันและชื่นชมในความงดงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรมอันหลากหลาย และน้ำใจไมตรีของประชาชนชาวไทย
ท้ายแถลงการณ์ บริษัทได้กล่าวขออภัยและแสดงความเคารพต่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทยอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน และความรับผิดชอบของผู้เดินทางต่อไป