สำนักงาน ก.พ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 เพื่อสอบถามความคิดเห็นจากส่วนราชการ ข้าราชการพลเรือนสามัญ และประชาชนทั่วไป ผ่านเว็บไซต์ https://www.law.go.th เกี่ยวกับ “มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ”
โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2569 และมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย, สิทธิประโยชน์, เงื่อนไขการยุบตำแหน่ง, เงื่อนไขห้ามไม่ให้ผู้เข้าร่วมมาตรการกลับเข้ารับราชการ และ การกำหนดให้จ้างบุคคลภายนอก เพื่อขับเคลื่อนงาน Digital Transformation
สำหรับชุดคำถามมีทั้งหมด 17 ข้อ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
- เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีอายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) และมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป กลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 40 – 49 ปี และมีอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป
- เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดที่จะนำไปคำนวณเป็นสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับในอัตราที่เท่ากัน
- โปรดเลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่มควรได้รับ
- เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ
- เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขโดยห้ามมิให้ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท
- เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ของส่วนราชการได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น กรณีส่วนราชการมีผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จำนวน 5 คน สามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) ได้ จำนวน 1 คน เป็นต้น
สำนักงาน ก.พ. ระบุความเป็นมาของการสอบถามความคิดเห็นของมาตรการนี้ไว้ด้วยว่า นโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ข้อ 21 การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับบทบาท ภารกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจน ลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน จัดทำมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด
และมาตรการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ให้เหลือบทบาท “ผู้ควบคุม” เพียงเท่าที่จำเป็น ควบคู่กับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ Work from Anywhere เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัลควบคู่กับการปรับระบบประเมินผลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก
รวมถึงเป็นการประเมินที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนดำเนินการลดรายจ่ายของภาครัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง อาทิ การลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จำเป็น การศึกษาดูงานต่างประเทศ