พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) เปิดเผยภายหลังการเข้าตรวจค้น 2 จุด ได้แก่ บ้านพักของนายโทน บางแค ในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และบริษัทพระเครื่องของนายโทน บางแค ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ว่า จากการตรวจค้นพบของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีหลายรายการ อาทิ กล้องส่องพระซึ่งเป็นวัตถุพยาน โบรชัวร์ที่ใช้โฆษณาสินค้า เอกสารต่าง ๆ ที่ผู้ต้องหาเตรียมไว้ เสื้อ และตราประทับบริษัท
ของกลางสำคัญคือ กล้องส่องพระที่อยู่ในล็อตสินค้าตามคดีประมาณ 10 ตัว รวมถึงโบรชัวร์ที่ใช้ประชาสัมพันธ์สินค้า ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวน
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ยืนยันว่า คดีดังกล่าวเป็นคนละคดีกับคดีของ "มาดามเก่ง" ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม โดย บก.ปอศ. รับผิดชอบเฉพาะคดีกล้องส่องพระเท่านั้น
สำหรับคดีนี้ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ บก.ปอศ. แล้ว 12 ราย จากจำนวนผู้เสียหายที่คาดว่ามีประมาณ 40-50 ราย โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของโทน บางแค และทยอยเข้าแจ้งความตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา
ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ตัดสินใจซื้อกล้องส่องพระ เนื่องจากมีการโฆษณาว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ด แต่จากการตรวจสอบร่วมกับผู้เสียหาย พยาน บริษัทผู้นำเข้า และบริษัทที่เกี่ยวข้อง พบว่ากล้องดังกล่าวไม่ได้เป็นรุ่นลิมิเต็ดตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งคุณภาพของสินค้ามีลักษณะใกล้เคียงกับกล้องที่จำหน่ายในราคาตัวละประมาณ 1,000 บาทเศษ แต่กลับถูกนำมาจำหน่ายในราคาตัวละกว่า 10,000 บาท
ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายรวมของคดีคาดว่ากว่า 40 ล้านบาท ขณะที่ความเสียหายในส่วนของผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับ บก.ปอศ. มีมูลค่ารวมประมาณ 3.2 ล้านบาท ส่วนผู้เสียหายบางรายที่ตำรวจติดต่อไปแจ้งว่าได้รับการชดใช้ความเสียหายแล้ว จึงไม่ประสงค์ดำเนินคดี
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า นายโทนหลบหนีนั้น พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่มีหมายจับและเข้าตรวจค้นบ้านพักเมื่อวานที่ผ่านมา ระหว่างนั้นนายโทนทราบว่าตำรวจกำลังเข้าตรวจค้น จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแสดงหมายจับและจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย
เบื้องต้น นายโทนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอไม่ให้การในชั้นสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ฉ้อโกง, ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ
ภายหลังการจับกุม พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งการแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งพฤติการณ์แห่งคดี สอบปากคำ และพิมพ์ลายนิ้วมือ ส่วนการยื่นขอปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา หากมีการยื่นคำร้อง พนักงานสอบสวนจะพิจารณาตามกฎหมาย โดยอำนาจการพิจารณาอยู่ที่ผู้กำกับการ 4 ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ภายหลังการสอบสวนแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานในคดี เบื้องต้นยังไม่พบผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น โดยข้อมูลทั้งหมดชี้ไปที่นายโทนเพียงคนเดียว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและเงินหมุนเวียนในบัญชีของผู้ต้องหา ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับการสืบสวนในคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเวลา 17.00 น. มีรายงานว่า “โทน บางแค” ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี และเตรียมชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรในภายหลัง
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วย 4 เหตุผล ได้แก่ 1. ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี 2. ไม่มีพฤติการณ์ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไว้เกือบครบถ้วนแล้ว 3. พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง โดยมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท และ 4. พิจารณาเทียบเคียงหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับของศาลฎีกา จึงกำหนดวงเงินประกันตัวไว้ที่ 1 ล้านบาท