เตือน! ไทยขึ้นทะเบียน "ยาบ้า" เป็นมรดกโลก เป็นข่าวปลอม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เตือน! ไทยขึ้นทะเบียน "ยาบ้า" เป็นมรดกโลกกับ UNESCO เป็นข่าวปลอม ชี้เป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ไม่สามารถขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้

จากกรณีเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ประเทศไทยขึ้นทะเบียน "ยาบ้า" หรือเมทแอมเฟตามีน เป็นมรดกโลกกับทางองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) นั้น

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกาศเตือนถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นข่าวปลอม ยืนยันโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เตือน! ไทยขึ้นทะเบียน "ยาบ้า" เป็นมรดกโลกกับ UNESCO เป็นข่าวปลอม ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เตือน! ไทยขึ้นทะเบียน "ยาบ้า" เป็นมรดกโลกกับ UNESCO เป็นข่าวปลอม

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ให้รายละเอียดว่า "ยาบ้า" เป็นยาเสพติดให้โทษที่ผิดกฎหมาย ไม่สามารถนำไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา โดยมีหลักฐานเนื้อหาที่สร้างโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Content) ปรากฏอยู่ นอกจากนี้มีการติดแฮชแท็ก #Satire หรือการเสียดสี ซึ่งเป็นการจงใจสร้างข่าวปลอมเชิงเสียดสีเท่านั้น

โดยเนื้อหาในลักษณะนี้สร้างความเข้าใจผิดอย่างรุนแรงต่อประชาชนที่ไม่ได้อ่านรายละเอียดให้ครบถ้วน หรือไม่ได้สังเกตป้ายกำกับ AI ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สารกระตุ้นความสุขที่ทำให้ทุกข์หลังเสพติด

กรมประชาสัมพันธ์ ให้รายละเอียดว่า ยาบ้า หรือ สารแอมเฟตามีน (Amphetamine) จัดเป็นสารกระตุ้นประสาท โดยออกฤทธิ์กระตุ้นสมองชั้นในหรือสมองส่วนความอยาก (Limbic system) ซึ่งประกอบด้วยศูนย์พึงพอใจ ศูนย์ควบคุมอารมณ์ & พฤติกรรม ศูนย์ความอิ่ม ทำให้ผู้เสพมีความสุข สนุกสนาน ขยันขันแข็ง มีกำลังวังชา ไม่อยากอาหารแบบอิ่มทิพย์ นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ถ้าเสพมากหรือติดต่อกันจะมีพฤติกรรมก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย มีอาการทางจิต หวาดระแวง หูแว่ว ประสาทหลอน และอาจมีอารมณ์ซึมเศร้าฆ่าตัวตายได้

เดิมยาบ้าถูกสังเคราะห์โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน เมื่อ ค.ศ.1887 เป็นต้นมา ได้ถูกผลิตเป็นยาดม ยาเม็ดกิน จนมีการใช้ฉีดเข้าเส้น และล่าสุดทำเป็นก้อนผลึก จุดไฟอบสูบควัน ยาบ้าเคยใช้เป็นยารักษาโรคดอ้วน โรคหลับผิดปกติ และโรคซนในเด็ก แต่ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว

เสพต่อเนื่องเสี่ยงติด คิดหยุดกะทันหันเสี่ยง "ถอนยา"

สำหรับผู้ที่เสพยาบ้า จะมีอาการพูดมาก อารมณ์ดี ครื้นเครงกว่าปกติ น้ำหนักตัวลด มีเหงื่อออกมาก ได้ยินและเห็นภาพหลอน นอนไม่หลับ ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตื่นเต้น กระวนกระวาย มีพฤติกรรมก้าวร้าวและทำลายข้าวของ ควบคุมสติไม่ได้ ในกรณีที่เสพเกินขนาด อาจมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ความดันโลหิตสูง สับสน ชัก หรือหมดสติได้

ผู้ที่เสพยาบ้าในปริมาณมาก เป็นระยะเวลานาน ๆ จะมีความผิดปกติทางสมอง หรืออาการติดยา (addiction) จะมีอาการทางจิต ประสาทหลอน หูแว่ว มีอาการหวาดระแวงจนต้องทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น อาการเหล่านี้จะหายไปได้ต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์ หรือหลายเดือนโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เสพมาอย่างเรื้อรัง

อย่างไรก็ตาม การเสพยาบ้าจะทำให้เกิดอาการดื้อยาได้ ผู้เสพจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดผลที่พึงพอใจ หากหยุดเสพในทันทีทันใดจะเกิดอาการ "ถอนยา" โดยจะมีอาการหงุดหงิด รู้สึกไม่สบาย ฝันร้าย อยากอาหารมากขึ้น ซึม เบื่อ ขี้เกียจ ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง จนอาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานหรือไม่มีสมาธิในการเรียน อาการเหล่านี้จะมีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งและปริมาณที่เสพ

ยาบ้า กระทรวงสาธารณสุข
ยาบ้า

โทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต-ประหาร

กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทกำหนดโทษยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ดังนี้

ลักษณะความผิด

อัตราโทษ

มาตราที่เกี่ยวข้อง

การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต

จำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับไม่เกิน 1,500,000 บาท

ม.90, ม.145 วรรคหนึ่ง, ม.34, ม.35

การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการกระทำดังต่อไปนี้1. การกระทำเพื่อการค้า2. การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน3. การจำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกิน 18 ปี4. การจำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ5. การกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย6. การกระทำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ

จำคุกตั้งแต่ 2-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท

ม.90, ม.145 วรรคสอง, ม.34, ม.35

การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการกระทำดังต่อไปนี้1. การกระทำโดยหัวหน้า ผู้มีหน้าที่สั่งการ หรือผู้มีหน้าที่จัดการในเครือข่ายอาชญากรรม2. การทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 500,000-5,000,000 บาท หรือ ประหารชีวิต

ม.90, ม.145 วรรคสาม, ม.34, ม.35

การนำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษ โดยไม่ได้รับอนุญาตเฉพาะคราวในแต่ละครั้งที่นำเข้าหรือส่งออก

ปรับครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท

ม.136, ม.36

การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1

จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ม.107, ม.164

การเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ม.104, ม.162, ม.113, ม.114

การจูงใจ ชักนำ ยุยง ส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือใช้กำลังบังคับให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1

จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ม.106, ม.171 วรรคหนึ่ง

การจูงใจ ชักนำ ยุยง ส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือใช้กำลังบังคับให้ผู้อื่นเสพ โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

จำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-1,500,000 บาท

ม.106, ม.171 วรรคสอง

การจูงใจ ชักนำ ยุยง ส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือใช้กำลังบังคับให้ผู้อื่นเสพ โดยเป็นการกระทำต่อหญิงหรือบุคคลอายุไม่เกิน 18 ปี หรือเป็นการกระทำเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดทางอาญา หรือเพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นในการกระทำความผิดทางอาญา

จำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 300,000-5,000,000 บาท

ม.106, ม.171 วรรคสาม

การโฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเจ้าของสื่อโฆษณาหรือผู้ประกอบกิจการโฆษณาที่ทำการโฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้โฆษณา

จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

ม.137, ม.37

วิธีรักษาผู้เสพติดยาบ้า

  • การรักษาแบบผู้ป่วยนอก เป็นการรักษาที่ไม่ต้องนอนค้างในโรงพยาบาล แพทย์เป็นผู้ให้การรักษาทางยา ส่วนพยาบาลหรือนักบำบัดในทีมสุขภาพจะเป็นผู้ให้การบำบัดทางจิตสังคม แพทย์จะนัดพบตามระยะที่กำหนด ใช้ระยะเวลาการบำบัดใช้เวลานาน 4 เดือน เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีระบบการติดตามหลังการบำบัดรักษานาน 1 ปี เพื่อติดตามพฤติกรรมและป้องกันการเสพติดซ้ำ จากรายงานทางวิชาการพบว่า หากผู้ป่วยเสพติดใช้ยาเสพติดมาไม่นาน ยังไม่มีโรคแทรกซ้อนทางกายและจิต ญาติให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษาดี การบำบัดรักษาในรูปแบบนี้จะให้ผลดีเช่นกัน
  • การบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยใน เป็นการบำบัดรักษาในกรณีที่ผู้ป่วยใช้ยาเสพติดในปริมาณมาก และใช้ยามานาน จนมีอาการแทรกซ้อนไม่ว่าจะเป็นอาการทางกาย หรือทางจิต การบำบัดใช้ระยะเวลา 4 เดือนเช่นกัน เพราะมีหลักฐานทางวิชาการที่เชื่อว่า สมองของผู้เสพติดจะสามารถฟื้นคืนหายได้ เมื่อได้รับการบำบัดฟื้นฟู และไม่ใช้ยาเสพติดนานกว่า 4 เดือนขึ้นไป

ในส่วนของยาที่ใช้สำหรับรักษา มีทั้งหมด 3 กลุ่ม แบ่งเป็น

  • กลุ่มต้านอาการซึมเศร้า (antidepressant) ได้แก่ imipramine , desipramine , amitriptyline , trazodone หรือ fluoxetine (prozac) ซึ่งยาเหล่านี้จะเข้าจับกับสาร serotonin ในสมองเพื่อลดอาการซึมเศร้า และอาการอยากยา
  • กลุ่มยาระงับประสาท (sedatives) ได้แก่ dalmane , chloral hydrate ,librium , phenobarbital หรือ valium ถูกใช้รักษาอาการวิตกกังวล หรืออาการนอนไม่หลับ
  • กลุ่มรักษาอาการทางจิต (antipsychotic) ได้แก่ haldol , thorazine ที่ช่วยปรับความสมดุลย์ให้กับสาร dopamine เพื่อบรรเทาอาการทางจิต และรู้สึกพึงพอใจ โดยให้การบำบัดรักษาทั้งทางร่างกาย และจิตใจควบคู่กันไปด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

THAI FIGHT WARRIORS

THAI FIGHT WARRIORS

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ