กรมชลฯ ยันเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ รับน้ำเหนือได้หมด เตือน 3 จังหวัดน้ำเพิ่ม 40-50 ซม.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมชลฯ ยัน เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ รับน้ำเหนือได้ทั้งหมด ไม่กระทบพื้นที่ตอนล่าง ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มดีขึ้น ท้ายน้ำลดลง 10-15 ซม. เตือน! กาญจนบุรี-ราชบุรี-สมุทรสาคร น้ำเพิ่ม 40-50 ซม. หลังเขื่อนแม่กลองเร่งระบาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ถึงสถานการณ์บริหารจัดการน้ำว่า จากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน เช่น จังหวัดเชียงใหม่และน่าน เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์สามารถรองรับน้ำไว้ได้ทั้งหมด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง

ส่วนการระบายน้ำท้ายเขื่อนก็มีการระบายให้น้อยที่สุด เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตรของประชาชน

นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ทำเนียบรัฐบาล
นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC)

นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนเขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.2 ที่จังหวัดนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวันที่ 6 ตุลาคม แนวโน้มสถานการณ์จึงดีขึ้น โดยเราได้บริหารจัดการโดยการทำสมดุลน้ำจากด้านเหนือ

นอกจากนี้ ได้ลดการระบายน้ำทางตอนล่างของเขื่อน จาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีการลดปริมาณน้ำที่ออกทางแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน และคลองชัยนาท-ป่าสัก ดังนั้น แนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มดีขึ้น การลดการระบายน้ำจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำลดลง 10-15 เซนติเมตร

นายธวัชชัยกล่าวว่า ในส่วนภาคตะวันตก ฝั่งลุ่มน้ำแม่กลอง กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะมีฝนเยอะ จึงได้มีการเตรียมความพร้อมในการพร่องน้ำหน้าเขื่อนแม่กลอง เพื่อรองรับน้ำฝนในส่วนนี้

แต่เนื่องจากคืนวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำล้นตลิ่งที่อำเภอไทรโยคในบางจุด ส่วนน้ำที่ผ่านเขื่อนแม่กลอง วันนี้ได้เพิ่มการระบายเป็น 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร มีน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 40-50 เซนติเมตร แต่คาดว่าปริมาณน้ำที่จะมาเติมจะไม่ส่งผลกระทบเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะปริมาณฝนมีน้อยกว่า

นายธวัชชัยกล่าวว่า ในส่วนภาคใต้ เราควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเพชร ซึ่งมีศักยภาพรองรับน้ำได้ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้มีปริมาณอยู่ที่ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าอยู่ในระดับครึ่งหนึ่ง

โดยจะมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพชรไปทางตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรี 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเราสามารถรองรับได้ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงทำให้ยังไม่มีผลกระทบ

นายธวัชชัยกล่าวว่า พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังคือภาคตะวันออก ในส่วนพื้นที่ตอนบนฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นพื้นที่ที่น้ำจากแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรีมารวมกัน ซึ่งในส่วนแม่น้ำนครนายกตอนบน สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในพื้นที่ตอนล่างยังทรงตัวเล็กน้อย เพราะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลและน้ำจากปราจีนบุรี

นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนลำน้ำปราจีนบุรี ตั้งแต่จังหวัดสระแก้ว สถานการณ์น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังกระทบตัวเมือง ซึ่งถึงแม้น้ำมีแนวโน้มลดลง แต่จะลดอย่างช้า ๆ

น้ำที่ระบายอาจกระทบกับพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม และอำเภอเมือง จะทำให้ระดับน้ำทรงตัวถึงสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากขณะนี้มีน้ำทะเลหนุน แต่เมื่อน้ำทะเลถึงช่วงขาลง สถานการณ์จะดีขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ