จากกรณี “แม่ภัทร” ออกมาร้องเรียนถูกลูกชายพาตัวเข้าไปอยู่ใน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอาการทางจิตเวช ใน ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ต่อมามีการเปิดภาพศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ ซึ่งมีการจัดโซนแบ่งชายหญิง แต่โดยรอบจะทำเป็นลูกกรง มีรั้วลวดหนามหีบเพลงอยู่ด้านบน อ้างว่าป้องกันคนไข้หลบหนี นอกจากนี้ยังมีเตียงกรง ที่อ้างว่าใช้สำหรับผู้สูงอายุบางคน เพราะการมัดมือนานๆ ทำให้มือบวม จึงคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมา ซึ่งต่อมาทาง สบส. ได้สั่งปิด
วันนี้ตัวแทนเพจสายไหมต้องรอด พา "นางภัทร" ผู้เสียหาย พร้อมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เข้าชี้จุดเกิดเหตุที่ถูกกักขังและถูกทำร้ายร่างกายที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นระหว่างที่ทางป้าแมวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้เชิญตัวไปชี้จุดภายในศูนย์
ด้าน ป้าแมว พร้อมลูกชาย ได้เปิดใจ ยืนยันความบริสุทธิ์ใจและเจตนาดีในการช่วยเหลือผู้ป่วย ย้ำว่าเรื่องราวและเหตุการณ์บางอย่างตนไม่ทราบว่าสิ่งที่ทำผิด หรือถูกต้องตามกฎระเบียบ เพราะมีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ ที่กำกับดูแลมาโดยตลอด แต่บางเรื่องก็ต้องยอมรับว่า ไม่รู้ว่าผิดแต่สิ่งที่มุ่งหวังคือการช่วยเหลือคนป่วยเป็นหลัก จึงอาจจะมองข้ามความถูกต้องในเรื่องของขั้นตอน ตนมีรายละเอียดเกี่ยวกับคลิปหลักฐาน และเหตุการณ์ที่อยู่ภายในศูนย์ก่อนหน้านี้คือยืนยันความบริสุทธิ์ใจถึงการช่วยเหลือ
เมื่อถามถึงประเด็นกระแสข่าวว่าป้าแมว ตั้งใจที่จะขายศูนย์เนื่องจากเจอกระแสดรามา เจ้าตัวยอมรับว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น แต่หากมีนักธุรกิจหรือใครที่สนใจและมองว่าสิ่งที่ทำช่วยเหลือสังคมได้ตนพร้อมจะพูดคุย หิ้วกระเป๋าอยู่ได้เลย แต่บางเรื่องที่ผิดและไม่ถูกต้องอย่างเตียงกรงเหล็ก ที่ตนมองแค่ว่าเป็นนวัตกรรมในการป้องกันผู้ป่วย ก็อยากให้คนที่มาทำต่อปรับปรุงในจุดดังกล่าว อันไหนผิดก็แก้ อันไหนดีก็ทำต่อ
“สิ่งที่ตนทำบางอย่างหวังดีช่วยเหลือผู้ป่วย ไม่ได้ไปขังเขา บางอย่างทำไปไม่ให้เขาดื้อและให้หายจากอาการปวดบาดแผล หรือการป้องกันการพลิกตัวของคนป่วยในช่วงที่นอน แต่ภาพและข่าวที่ออกไปกลายเป็นคนละแบบ ซึ่งตนก็เข้าใจในมุมของการนำเสนอข่าว ตนพยายามไปศึกษาดูงานวิธีป้องกันผู้ป่วยไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากอาการที่เขาเป็นอยู่ ที่บางครั้งผู้ป่วยทำร้ายร่างกาย และไม่สามารถควบคุมสติได้ ตนอาจจะ Overacting ในความคิดการแก้ปัญหาเยอะไปหน่อย” ป้าแมว กล่าว
ส่วนกรณีที่มีการสั่งเด้ง ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 (ศบส.5) ปมตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ยืนยันว่าทาง ผอ.เป็นคนดี มีความยุติธรรม เข้ามาตรวจแบบจริงจัง
ส่วนประเด็นดีลลับ ยอมรับที่ลูกชายของตนพูดอาจจะเข้าใจผิดในความหมายที่เขาเข้าใจ ประกอบกับเวลาในรายการที่ออกอากาศอาจจะต้องมีความพูดแบบสั้นๆ ยืนยันไม่ได้มีการดีลลับกับทางเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาตนก็ยังข้องใจในเรื่องของข้อกฎหมายบางอย่าง ได้ปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด
อย่างแต่ก่อนศูนย์ใช้คำว่าผู้ป่วยเรื้อรัง ก่อนจะมีคำว่า พึ่งพิง มาเสริมในชื่อศูนย์ ตนก็ยังถามกับทางเจ้าหน้าที่ว่า ขอบเขตการเปลี่ยนชื่อและมีคำว่าพึ่งพิงสามารถทำได้แค่ไหน ซึ่งทาง ผอ.ในฐานะเจ้าหน้าที่ก็ประสานและให้ข้อมูลมาตลอดสิ่งไหนทำได้หรือไม่ได้
ซึ่งขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่า ตนเองสามารถเปิดเป็นศูนย์เพื่อดูแลผู้ป่วยสายเขียวเท่านั้น ประเภทคนป่วยที่ไปหาหมอแล้วรับยามากินที่บ้านเท่านั้น ตนเลยทำหน้าที่เป็นพยาบาลคอยดูแลให้เขากินยาตามแพทย์สั่ง ยืนยันว่าสิ่งที่ลูกชายของตนพูดทางเจ้าหน้าที่อาจจะสื่อสารผิดพลาด หลังจากนี้ตนอาจจะต้องไปออกรายการโหนกระแสเพื่อชี้แจงในมุมความเป็นจริง สิ่งที่ตนผิดคือการกระทำ แต่เจตนาที่ทำทำด้วยความตั้งใจ
ส่วนอนาคตหากมีการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายในส่วนที่ผิด หลังจากนี้ในฐานะที่ตนเองทำงานช่วยเหลือผู้ป่วย ตั้งใจที่จะกลับมาตั้งศูนย์ใหม่อีกหรือไม่ เจ้าตัวย้ำว่าประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้คิดว่าจะกลับมาตั้งศูนย์ใหม่ หรือจะกลับมาแก้ไขในศูนย์เก่าให้ถูกต้อง วันนี้มุ่งเป้าไปถึงประเด็นที่เกิดปัญหา ตนยังคงปวดหัวและต้องกินยาพารากับกรณีปัญหาในวันนี้ จึงไม่สามารถตอบได้ว่าอนาคตจะเดินหน้าต่ออย่างไร
ส่วนกรงเหล็กที่เป็นดรามาและเป็นปัญหา ตอนนี้ตนได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เป็นช่างภายในศูนย์ มีการแก้ไขไปแล้วบางส่วน โดยทางช่างเองก็จะต้องมีการนำอุปกรณ์บางส่วนไปชำแหละและอาจจะเล็งขายต่อในส่วนของเหล็กที่รื้อออกมา เพื่อหาเงินประทังชีวิตหลังจากที่ศูนย์ปิด