WorldBank2026 WorldBank2026

กรมชลฯ เผยน้ำท่วมภาคกลางเริ่มคลี่คลาย หลังปริมาณน้ำไหลผ่านนครสวรรค์ลดลง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มคลี่คลายแล้ว หลังปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ลดลง พร้อมทยอยปรับลดการระบายน้ำเขื่อนหลักเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง

นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (12 ต.ค. 69) สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย โดยปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ลดลงเหลือ 1,824 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาสามารถปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนลงเหลือประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมผันน้ำออกฝั่งตะวันตกและตะวันออกผ่านประตูระบายน้ำต่าง ๆ  

 

แม่น้ำำเจ้าพระยา ช่างภาพพีพีทีวี
กรมชลฯ เผยน้ำท่วมภาคกลางเริ่มคลี่คลาย หลังปริมาณน้ำไหลผ่านนครสวรรค์ลดลง

ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ทยอยปรับลดการระบายน้ำเหลือประมาณ 330 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ลดลงเหลือ 611 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ซึ่งจะช่วยบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฮโดรโฟลบริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงสู่คลองชายทะเลต่อไป ขณะที่ลุ่มน้ำบางปะกงและปราจีนบุรี พื้นที่ตอนบนเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เหลือเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอองครักษ์ ศรีมหาโพธิ์ เมืองปราจีนบุรี และบ้านสร้าง ที่น้ำกำลังทยอยลดลง

โดยกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมอีก 40 เครื่อง ที่สะพานศรีสุนทร จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยในช่วงน้ำทะเลหนุน ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ยังคงระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอรวมกันวันละกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่ตอนล่าง ด้านลุ่มน้ำเพชรบุรี เขื่อนแก่งกระจานมีน้ำเต็มความจุ จึงปรับการระบายให้น้อยที่สุด

ส่วนอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยผากได้ทำการปิดการระบายน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนเพชรบุรี ทำให้การระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรบุรีอยู่ที่ 106 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่มีผลกระทบต่อเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ได้สั่งการให้ระดมเครื่องจักรและอุปกรณ์ลงพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฝนล่วงหน้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่า ในช่วงวันที่ 13–14 ตุลาคมนี้ จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันตก (กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี) ภาคกลางตอนล่าง (กำแพงเพชร อุทัยธานี) และบางส่วนของภาคตะวันออก หลังจากนั้นปริมาณฝนในพื้นที่ตอนบนจะเริ่มลดลง และเคลื่อนตัวลงสู่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงขอให้ประชาชนและเกษตรกรเฝ้าระวังฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด และติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ