วันที่ 28 ต.ค.2569 ทหารมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ในฐานะผู้เสียหายลงพื้นที่ชี้จุดบริเวณสนามวิ่งเทรล เนื้อที่ประมาณ 23 ไร่ ในตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ให้ตำรวจ สภ.บ้านนา ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี หลังพบว่า นายอธิป หรือ ก๊อต สามีของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบการกระทำผิดและมีคำสั่งตามกฎหมาย ก็จะดำเนินการรื้อถอน
โดยการลงพื้นที่มาในวันนี้ ทหารและตํารวจได้เดินสํารวจเส้นทางวิ่งเทรล ระยะทาง 5.6 กิโลเมตร เพื่อดูลักษณะพื้นที่ และสิ่งปลูกสร้างที่มีการรุกล้ำผืนป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าพบสิ่งปลูกสร้างรายทาง ทั้งรั้ว หอชมวิว นอกจากนี้ยังมีร่องรอยการถางป่าเพื่อให้สะดวกต่อการวิ่งเทรล ซึ่งทำให้เสื่อมเสียสภาพป่า ถือว่ามีความผิดอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดําเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เบื้องต้นมีมากกว่า 1 คน
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่สํารวจของเจ้าหน้าที่ พบว่าเส้นทางวิ่งเทรล อยู่นอกเหนือจาก 23 ไร่ ที่มีการซื้อขายกันก่อนหน้านี้ จึงคาดว่ามีการบุกรุกผืนป่า เกินกว่า 23 ไร่ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
ทีมข่าวพูดคุยกับป้าหอม อายุ 75 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 40 ปี โดยก่อนเข้ามาอยู่ได้แจ้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านเพื่อขออนุญาต และทำกินในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ภายหลังจะมีการแจ้งว่าเป็นพื้นที่ของทหาร โดยมีการสำรวจพื้นที่ทำกินของชาวบ้านแต่ละราย พร้อมกำหนดขอบเขต ไม่ให้ขยายพื้นที่เพิ่มเติม หากมีการบุกรุกหรือถางป่าเพิ่มอาจมีความผิดได้
ส่วนกรณีการซื้อขายสิทธิ์ในพื้นที่ ป้าหอมระบุว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการซื้อขายสิทธิ์จริงหรือไม่ เนื่องจากไม่มีหลักฐานและไม่ทราบข้อเท็จจริง โดยส่วนตัวไม่เคยมีใครมาติดต่อขอซื้อสิทธิ์พื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ และไม่ทราบเรื่องการรวบรวมรายชื่อเพื่อซื้อขายสิทธิ์หรือส่งมอบพื้นที่ให้ทหารเช่นกัน
สำหรับกรณีสนามวิ่งเทรลที่กำลังเป็นประเด็น ป้าหอมกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดและไม่รู้จักผู้จัด เนื่องจากไม่ได้เข้ามาสนิทสนมกับชาวบ้าน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมทีเป็นพื้นที่ทำกิน ที่ชาวบ้านบางรายไปปลูกกล้วยและหน่อไม้ ซึ่งอาจได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ แต่ไม่ทราบว่าพื้นที่ที่เป็นประเด็นนั้นเป็นของใครโดยเฉพาะ รวมถึงไม่ทราบว่าสามีของบุ๋ม ปนัดดา ได้พื้นที่ดังกล่าวมาอย่างไร เพราะไม่มีข้อมูลว่าเป็นการเช่าหรือซื้อขายกัน
ป้าหอมยอมรับว่า รู้สึกตกใจเมื่อเห็นข่าว แต่ไม่ได้กังวลว่าจะได้รับผลกระทบ เพราะเชื่อว่าตนเองไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย พร้อมฝากถึงผู้ที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ขออย่าบุกรุกหรือถางป่าเพิ่มเติม
เนื่องจากกังวลว่าการสูญเสียต้นไม้อาจทำให้พื้นที่เสี่ยงต่อความเสียหายเมื่อเกิดพายุ โดยยืนยันว่าชาวบ้านที่ทำกินโดยไม่ตัดไม้ทำลายป่า ไม่จุดไฟ และไม่ล่าสัตว์ ก็ไม่มีเหตุให้ต้องหวาดกลัว
ขณะที่คุณโชค อายุ 39 ปี นักท่องเที่ยวที่วิ่งเทรลในละแวกพื้นที่เขาตีนไก่ เปิดเผยว่า ส่วนตัวเคยเข้าไปใช้เส้นทางของสนามเทรลที่เป็นประเด็นมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ชื่นชอบเส้นทางวิ่งเทรลทั่วไปของเขาเขาตีนไก่มากกว่า
ส่วนกรณีสนามเทรล ที่กำลังเป็นประเด็นเรื่องการบุกรุกพื้นที่ราชการ ยอมรับว่ารู้สึกตกใจ เพราะไม่ทราบมาก่อนว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสถานะอย่างไร และหากมีการบุกรุกจริง ก็เกิดคำถามว่า สนามวิ่งแห่งนี้จัดตั้งขึ้นได้อย่างไร และผ่านกระบวนการใดมาบ้าง แต่หากไม่มีการบุกรุกก็ไม่มีข้อขัดข้อง
คุณโชคยังมองว่า นักวิ่งเทรลบางคนอาจไม่ทราบสถานะของพื้นที่ที่เข้าไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะเส้นทางธรรมชาติ ที่ไม่มีการเก็บค่าเข้า หรือไม่มีเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกำหนดอย่างชัดเจน
จึงอยากฝากถึงผู้จัดกิจกรรมวิ่งเทรลให้ตรวจสอบสถานะพื้นที่ให้ถูกต้องก่อนจัดงาน พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของนักวิ่ง การจัดเส้นทางให้เหมาะสม และการดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะกรณีที่เป็นพื้นที่เอกชนหรือพื้นที่อุทยาน ซึ่งต้องตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าใช้พื้นที่ให้ชัดเจน