จากกรณีตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นประธานมูลนิธิ หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาค ขณะที่มีการเรียกผู้ที่เคยบริจาคเงินเข้ามูลนิธิเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ล่าสุดวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 “หนุ่ม กรรชัย” ได้โฟนอินพูดคุยกับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ โดยเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกที่ได้รับทราบภายหลังเข้าพบตำรวจ
หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า หลังจากได้พบตำรวจ ยอมรับว่ามุมมองที่มีต่อเรื่องนี้เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เพราะในตอนแรกไม่อยากให้เรื่องราวเป็นไปในทิศทางนี้ และภาวนาอยู่ตลอด เนื่องจากบุ๋มเป็นคนรู้จัก เป็นน้องที่สนิทกัน ต่างฝ่ายต่างมีความปรารถนาดีต่อกัน รวมถึงมีความไว้วางใจ แต่หลังจากเข้าพบตำรวจ กลับได้รับรู้และเห็นข้อมูลบางอย่างที่ไม่เคยได้รับทราบมาก่อน โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่เห็นแล้วค่อนข้างตกใจ
หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า การโอนเงินเข้าบัญชีมีจำนวน 1.8 ล้านครั้ง ส่วนบัญชีต้นทางมาจาก 9 แสนบัญชี ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่ามีเพียง 2 บัญชี แต่สุดท้ายพบว่ามีถึง 3 บัญชี เนื่องจากมีบัญชีที่เปิดขึ้นมาเพิ่มเติมในชื่อ “สมทบองค์กรทำดี” ทำให้เส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันค่อนข้างซับซ้อน นอกจากนี้ ยังมีรายการโอนเงินในช่วงก่อนหน้านี้อีก 1 ล้านกว่าครั้ง เมื่อนับรวมทั้งสองช่วงมีจำนวนกว่า 3 ล้านครั้ง โดยยอดโอนน้อยที่สุดอยู่ที่ 19 บาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริจาคบางคนมีรายได้น้อย แต่ก็ยังมีความตั้งใจอยากทำบุญ
ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ หลังจากประชาชนโอนเงินบริจาคเข้ามาแล้ว เงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้ที่ไหน โดยรายละเอียดต้องรอให้ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง แต่หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า เรื่องที่ดินใน จ.ภูเก็ต เป็นเพียงยอดภูเขาที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำเท่านั้น ขณะที่สิ่งอื่นซึ่งอยู่ใต้น้ำมีขนาดใหญ่กว่ายอดภูเขาที่มองเห็นอย่างมาก โดยเรื่องที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดเรื่องราวขึ้น แต่เมื่อตำรวจลงลึกตรวจสอบกลับพบว่ามีรายละเอียดมากกว่านั้นอีกมาก
หนุ่ม กรรชัย ยังเล่าถึงการทำงานของตำรวจว่า ถึงขั้นพูดกับตำรวจว่า หากวันหนึ่งตนเองทำผิดก็ให้จับได้เลย ไม่ต้องมาตรวจสอบบัญชี เพราะกลัวว่าจะพบว่ามีการโอนเงินไปที่ไหนบ้าง พร้อมยอมรับว่าการทำงานของตำรวจมีความละเอียดและน่ากลัวมาก จนรู้สึกงุนงงกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพราะสามารถเห็นรายละเอียดได้ทั้งหมดว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างไร
นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า ตำรวจต้องการให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่วนประเด็นเรื่องทหารเรือที่มีการพูดถึงนั้น ยืนยันว่าไม่มีอยู่จริง ไม่ใช่กรณีที่ทหารเรือเป็นกิ๊กแต่อย่างใด โดยตนได้สอบถามตำรวจแล้ว พบว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด
หนุ่ม กรรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังคงเอาใจช่วยบุ๋ม และอยากให้เจ้าตัวออกมาพูดความจริงทั้งหมด เพราะเชื่อว่าความจริงจะช่วยปกป้องตัวเองได้ แม้ไม่ทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดหรือมีเจตนา แต่การออกมาเล่าความจริงอาจช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ จึงอยากให้บุ๋มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทนายความฟัง เพื่อให้ทราบว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร อีกอย่างหากปล่อยให้คนอื่นไปรับรู้ข้อมูลจากการแถลงของตำรวจสอบสวนกลาง ก็อาจยิ่งทำให้ทุกคนเสื่อมศรัทธามากขึ้น พร้อมเปิดเผยด้วยว่า ตำรวจระบุว่าเรื่องนี้เป็นเหตุเร่งด่วนและมีความร้ายแรง