ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวน บก.ปอศ. เปิดเผยผลการตรวจค้น 4 จุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังเปิดปฏิบัติการจับกุม น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และสามี
เบื้องต้นพบทรัพย์สินที่จดทะเบียนเป็นชื่อของทั้งสองคน ทั้งบ้าน รถยนต์ และที่ดิน รวมถึงเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินและรถยนต์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตำรวจสืบทราบอยู่ก่อนแล้ว ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด
ประเด็นสำคัญคือเส้นทางการเงินของมูลนิธิ 3 บัญชี ได้แก่ บัญชีองค์กรทำดี บัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี และบัญชีสมทบทุนสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีชื่อ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นผู้เกี่ยวข้อง
จากการตรวจสอบพบว่า เงินในทั้ง 3 บัญชีมีการโอนสลับไขว้กัน ก่อนจะถูกโอนไปยังบัญชีส่วนตัวของ “บุ๋ม ปนัดดา” และต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของสามี ทำให้ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเงินถูกโอนไปยังปลายทางใดบ้าง
นอกจากนี้ ยังพบเส้นทางการเงินจากหนึ่งในบัญชีของมูลนิธิถูกนำไปใช้ซื้อที่ดินสำหรับทำสนามเทรลในจังหวัดนครนายก
อย่างไรก็ตาม ที่ดินดังกล่าวยังมีประเด็นต้องตรวจสอบ เนื่องจากมีข้อมูลว่าเดิมเป็นที่ราชพัสดุ และมีทหารขอใช้ประโยชน์ในการครอบครอง ตำรวจจึงต้องตรวจสอบที่มาและกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจนก่อนพิจารณาอายัด
ส่วนทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างภายในสนามเทรล หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด สามารถดำเนินการอายัดได้ทันที
ส่วนประเด็นการประกันตัว มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนเตรียมคัดค้านการประกันตัวทั้งคุณบุ๋มและสามี เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับคดีมีอัตราโทษสูง
โดยสามีของ “บุ๋ม ปนัดดา” ถูกออกหมายจับในข้อหาฟอกเงินก่อน จากกรณีถูกกล่าวหาว่านำเงินบริจาคไปแปลงเป็นทรัพย์สินและนำไปใช้จ่ายในด้านอื่น แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นการแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเพิ่มเติม หากพบพยานหลักฐานเข้าข่าย
ขณะเดียวกัน ตำรวจเตรียมขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 3 กลุ่ม ได้แก่ กรรมการมูลนิธิ กลุ่มช่างรับเหมาก่อสร้าง และบุคคลที่รับโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องจะมีเพียงเท่านี้ โดยจะตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องต่อไป