เมื่อวานนี้ (28 ธ.ค.63) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 3/2563 ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะมีมากในช่วงนี้ก็ตาม แต่เราก็รู้ที่มา หลายคนออกมาพูดว่ารัฐบาลปล่อยโควิด-19 ออกมาในช่วงนี้เพื่อประโยชน์อย่างอื่น ตนคิดว่าคนที่คิดอย่างนี้ใช้ไม่ได้ อย่าไปให้ค่าข่าวพวกนี้ เพราะรัฐบาลมีแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้คนในชาตินั้นปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นใคร จะหวังดีหรือหวังร้ายต่อรัฐบาลก็ตาม ช่วงนี้อาจจะลำบากกันนิดหน่อยในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปีใหม่ อย่างที่ตนได้เรียนไปแล้วว่าเราทุกคนน่าจะมีความสุข แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษกันไปโทษกันมา แต่เป็นเวลาที่เราจะต้องร่วมมือกันมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ว่า ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนจากที่ไหนก็ตาม สรุปว่าจะต้องผ่านการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยา (อย.) เสียก่อน ไม่ว่าใครจะมาประกาศอย่างไร โรงพยาบาลนั้น โรงพยาบาลนี้ จำนวนพันราย แต่ถ้าไม่ผ่าน อย.ก็เข้าประเทศไทยไม่ได้ นี่คือ ความห่วงใย เพราะจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพื่อคัดกรองคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
ด้านสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ออกมาตรการสำหรับสื่อมวลชน กรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันนี้ (29 ธ.ค.)นี้ ว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมครม. นายกรัฐมนตรี จะแถลงข่าวที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์เพจ "ไทยคู่ฟ้า" โดยไม่อนุญาตผู้สื่อข่าวทุกสำนักเข้าสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี สำหรับมาตรการดังกล่าวเป็นวิธีการเดียวกับที่ทางทำเนียบรัฐบาลเคยดำเนินการ เมื่อครั้งเกิดสถานการณ์ที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดรอบแรก
ส่วนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในทำเนียบรัฐบาล ได้มีการแจ้งให้สื่อมวลชนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือ เว้นระยะห่าง และวัดไข้ ติดสติ๊กเกอร์ประจำวันและงดสื่อและช่างภาพยืนรอสัมภาษณ์บริเวณโดยรอบตึกสันติไมตรี ทั้งทางเชื่อม และประตูทุกประตู ส่วนหน้าตึกบัญชาการ หากมีการให้สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่จะจัดราวกั้นเว้นระยะห่าง และจัดไมค์สำหรับสื่อไว้ถาม โดยให้เว้นระยะระหว่างกันด้วย ทั้งนี้ ขอให้สื่องดวิ่งรุมถาม ครม. ระหว่างทางเดิน