ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ป่วยรายนี้ เป็นเพศหญิง อายุ 31 ปี สัญชาติไทย มีโรคประจำตัวคือภูมิแพ้ ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 หญิงคนนี้ลักลอบเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยทางช่องทางธรรมชาติ จังหวัดนราธิวาส ก่อนจะถูกทางการมาเลเซียจับเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 แล้วนำตัวไปขังที่โรงพัก ระหว่างนั้นถูกขังรวมกับคนอื่น ๆ ประมาณ 20 คน ซึ่ง ในห้องขังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 4 คน โดยผู้หญิงคนนี้นอนในห้องขัง 1 วัน 1 คืน ก่อนจะถูกแยกตัวไปขังอีกห้อง ร่วมกับผู้ต้องหาประมาณ 6-7 คน จากนั้นวันที่ 7-8 มกราคม ได้รับการตรวจ พบว่าติดโควิด-19
จนวันที่ 16 มกราคม หญิงคนนี้ได้รับการปล่อยตัวกลับไปอยู่ที่พักในประเทศมาเลเซีย และไม่ได้ออกไปไหน เพราะมีคนส่งข้าวส่งน้ำ กระทั่งวันที่ 17-20 มกราคม ก็เริ่มมีอาการไข้ และจมูกไม่ได้กลิ่น จนวันที่ 26 – 27 มกราคม ก็ลักลอบกลับไทยทางอำเภอสุไหงโก-ลก ร่วมกับผู้หญิงอีก 2 คน เมื่อมาถึงชายแดนไทย ได้นั่งรถตู้ไปอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนจะเหมารถตู้เข้ากรุงเทพมหานคร และในวันที่ 28 มกราคม เดินทางไปโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ซึ่งผู้หญิงคนนี้ให้ข้อมูลว่าสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ขอให้ผู้ที่โดยสารรถตู้สุไหงโก-ลก – หาดใหญ่ วันที่ 27 มกราคม ถึงหาดใหญ่ เวลาประมาณ 12.30-13.00 น. เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอใกล้บ้านเพื่อคัดกรองความเสี่ยง
ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งคือเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ของการระบาดระลอกใหม่ วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 801 คน เป็นคนไทย 76 คน แรงงานข้ามชาติ 725 คน ทำให้มียอดติดเชื้อสะสม 10,529 คน โดยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 2,250 คน และสังเกตอาการ 8,279 คน ยอดเสียชีวิตสะสม 4 คน เป็นคนไทย 3 คน แรงงานข้ามชาติ 1 คนจากข้อมูลจังหวัดสมุทรสาคร พื้นที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด คือ อำเภอเมือง ส่วนอำเภอบ้านแพ้ว ไม่มีผู้ติดเชื้อ ทางศูนย์โควิดสมุทรสาคร จึงจัดทำแผน "ปกป้องบ้านแพ้ว" เพื่อไม่ให้มีพบผู้ติดเชื้อ และทำแผน "ทวงคืนกระทุ่มแบน" เพื่อให้ป้องกันการติดเชื้อเพิ่มด้วยการตรวจเชิงรุก ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเฟสแรก ที่ใช้แผนปฎิบัติการยกระดับ 7 วัน ตรวจเชิงรุกกลุ่มเป้าหมายวันละ 10,000 คน.