เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า พบชายไทย อายุ 41 ปี ติดเชื้อโควิด-19 โดย เดินทางกลับมาจากแอฟริกา โดยตรวจพบเชื้อโควิด สายพันธุ์ South African Variant มีโรคประจำตัวเป็น หืดความดันโลหิตสูง ไปทำการรับซื้อพลอยในแทนซาเนีย นาน 2 เดือนระหว่างที่อยู่ในแทนซาเนียได้ก็เข้าร่วมงานเลี้ยงโดยมีผู้เข้าร่วมงานไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย
โมเดอร์นาเผย วัคซีนของตนป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษและแอฟริกาใต้ได้
จากนั้น 29 มกราคม เดินทางถึงไทยจากแทนซาเนียต่อเครื่องที่เอธิโอเปีย คัดกรองอาการป่วย ณ ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่มีไข้และอาการป่วย เดินทางไปกักตัวในสถานกักกันของรัฐ
3 กุมภาพันธ์ เก็บตัวอย่างส่งตรวจเชื้อโควิด ครั้งที่ 1 พบผลบวกติดเชื้อ
4 กุมภาพันธ์ ส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ มีไข้ต่ำ ไอ รักษาในห้องแยกโรค
5 กุมภาพันธ์ ทีมสอบสวนโรค ส่งตัวอย่างตรวจระบบสายพันธุ์ของโควิดเนื่องจากเดินทางมาจากแอฟริกาเพื่อเฝ้าระวังสายพันธุ์ใหม่ ที่ศูนย์สุขภาพโรคอุบัติใหม่สภากาชาดไทย ซึ่งมีการถอดรหัสพันธุกรรม พบเป็นสายพันธุ์ South African Variant
ทั้งนี้ ทีมสอบสวนโรค กรมควบคุมโรคได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณสถานกักกันโรคและโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง พบทุกคนที่เกี่ยวข้องใส่เครื่องป้องกันหรือชุด PPE โดยมีการตรวจเจ้าหน้าที่ 41 รายทุกคนให้ผลลบหมด
ยืนยัน สายพันธุ์นี้ยังไม่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในประเทศไทย จากยังคงเป็นการตรวจพบจากผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและเข้าสู่สถานกักกันของรัฐ เนื่องจากส่วนใหญ่ ระบาดอยู่ในแอฟริกายุโรป
เบื้องต้นยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสายพันธุ์นี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพวัคซีนที่อาจจะลดลง
ประเทศที่มีรายงานพบโควิด-19 South African Variant ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแถบแอฟริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ได้แก่ South Africa(735) UK(131) Belgium(48) Mozambique(41) Botswana(32) France(31) Netherlands(31) Mayotte(27) Switzerland(21) Australia(15) Germany(10) Ireland(10) และ USA(8)
แนวทางการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศที่มีเชื้อกลายพันธุ์ South African Variant ได้ปรับให้มีความไวมากขึ้น เช่นการเก็บตัวอย่างทันทีที่ถึงประเทศไทย คัดกรองผู้ที่มีอาการและประวัติเสี่ยงเข้าโรงพยาบาลทันที รวมทั้งมีระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์ใหม่ที่ทันเวลาก่อนที่ผู้เดินทางจะออกจากโรงพยาบาล
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ศ.ชาบีร์ มาดี (Shabir Madghi) ศาสตราจารย์ด้านวัคซีนวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์ (Witwatersrand) กรุงโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และหัวหน้าการทดลองวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาในแอฟริกาใต้ กล่าวว่า เขามีความกังวลว่าโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้อาจมีความต้านทานต่อวัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการคิดค้นและเริ่มฉีดให้ประชาชนแล้วในบางประเทศ
“ในทางทฤษฎี นี่เป็นเรื่องที่น่ากังวล มีความเป็นไปได้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้อาจดื้อยามากกว่า” ศาสตราจารย์กล่าว และเสริมว่าน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์นี้
ต่อมา นายแพทย์สก็อตต์ ก็อตต์ลีบ อดีตผู้อำนวยการองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ว่า ไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ชนิดใหม่จากแอฟริกาที่มีชื่อว่า 501Y.V2 เป็นไวรัสตัวที่น่ากังวล เนื่องจากการทดสอบเบื้องต้นจากห้องปฏิบัติการบลูมแล็บในสหรัฐอเมริกาพบว่า ไวรัสกลายพันธุ์ตัวนี้มีศักยภาพในการยับยั้งการทำงานของยาประเภทแอนติบอดีหรือสารภูมิต้านทานที่เป็นโปรตีนของระบบคุ้มกันของร่างกาย หมายความว่า ยาที่พัฒนาจากสารแอนติบอดีหรือสารภูมิต้านทานของคนที่เคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจไม่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่ที่มาจากแอฟริกาใต้และมีแนวโน้มที่จะทำให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่โลกมีอยู่ในเวลานี้ใช้ไม่ได้ผลกับไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้