เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) โดย พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่าวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 73 ราย เป็นติดเชื้อในประเทศ 66 ราย เดินทางจากต่างประเทศ 7 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 27,876 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายล่าสุดเป็นรายที่ 91 เป็นชายวัย 60 ปี อาชีพพนักงานบริษัท อยู่ในกรุงเทพฯ มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ตรวจพบเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุก เมื่อ 14 มี.ค.64 และอาการรุนแรงทันที ในวันที่ 15 มี.ค.64 ก่อนมีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สิ้นลมเมื่อวันที่ 18 มี.ค.64
สำหรับการติดเชื้อโควิด-19 คล้สเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง กรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 คลัสเตอร์ในแคมป์คนงานก่อสร้าง ที่ย่านสุขุมวิท 117 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อแล้ว 17 ราย ซึ่งผู้ติดเชื้อรายแรกตรวจเมื่อ 13 มี.ค. ยืนยันเมื่อ 15 มี.ค.เป็นเพศหญิง อายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา คนงานก่อสร้างในแคมป์ ซึ่งไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ตรวจโควิด-19 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที จากนั้นทางสาธารณสุขในพื้นที่ได้ลงตรวจเชิงรุกในชุมชนทันที โดยเริ่มตั้งแต่แคมป์คนงานก่อสร้าง สุขุมวิท 117 ตรวจทั้งสิ้น 625 ราย พบผลเป็นบวก 16 ราย ในจำนวนนี้ 14 ราย ที่ไม่มีอาการระหว่าง
วันที่ 20-21 มีนาคม มีการตรวจเชิงรุกในชุมชนรอบแคมป์คนงานในพื้นที่รอบสุขุมวิท 117 อีก 400 ราย ซึ่งยังรอผลอยู่
กรมควบคุมโรค พบว่า ปัจจัยเสี่ยงที่พบคือ แคมป์คนงานส่วนใหญ่ เป็นสถานที่ปิด มีความแออัด ในพื้นที่หอพักมีการใช้สิ่งของร่วมกัน ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ตู้กดน้ำดื่ม เป็นต้น และมีพนักงานบางคนฝ่าฝืนมาตรการบริษัทไปสังสรรค์ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งทางบริษัทเองก็ได้พิจารณาและให้ออกแล้ว โดยมีการพยายามที่จะขอความร่วมมือ เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดให้มีประสิทธิภาพ ซึ่ง ศบค.จะได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ศบค.ยังเผยถึงคลัสเตอร์ ห้องกักกันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทั้งที่ สวนพลู และบางเขน
พบเชื้อรายแรกที่ห้องกักบางเขนเมื่อ 11 มี.ค.64 ตรวจผู้ต้องกักที่ย้ายมาจากตม.สุไหงโก-ลก พบเชื้อ 2 คน จาก 6 คนที่มาด้วยกัน จากนั้น 13 มี.ค.ตรวจกลุ่มเสี่ยง 137 คน พบเติดเชื้อ 40 ราย และพบผู้ต้องกักแรกรับติดเชื้ออีก 12 ราย จากนั้น 20 มี.ค. ตรวจหาเชิงรุก 505 ราย กำลังรอผล
ที่ห้องกัก ตม.สวนพลู 11 มี.ค.ตรวจพบเชื้อจากชาวเนปาล 1 ราย ตรวจกลุ่มเสี่ยงพบเชื้ออีก 16 ราย จากนั้น 18 มี.ค.ค้นเชิงรุก 501คน ผลบวก 19 ราย และค้นหาเชิงรุกต่อเนื่อง
สรุปตรวจระหว่างวันที่ 11-20 มีนาคม จำนวน 1,888 ราย พบผลบวก 98 ราย ชาย 97 คน หญิง 1 คน คิดเป็นร้อยละ 5.2 โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา เวียดนาม กัมพูชา ไม่มีผู้มีอาการรุนแรง ไม่มีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ
ล่าสุดมีผลการคัดกรองเชิงรุกอีก 297 ราย ต้องรอติดตามการแถลงของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทั้งนี้ สถานกักกันทั้ง 2 แห่ง ได้งดรับผู้ต้องกักรายใหม่ แยกผู้ติดเชื้อไม่ให้ปะปน ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้เตรียมโรงพยาบาลสนามที่สนามบุณยะจินดา รองรับเบื้องต้น 120 เตียง สามารถขยายได้ถึง 250 เตียง ฉีดวัคซีนเจ้าหน้าที่ 70 ราย
ขณะที่ อีกกลุ่มที่ น่าจับตา คือกรณีพบการติดเชื้อที่พระราม 2 – บางขุนเทียน ที่คล้ายกรณีแคมป์คนงาน คือ พบแรงงานเมียนมา 2 ราย ไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเพื่อขอวีซ่า พบเชื้อ ไม่แสดงอาการโดยรายนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 37 ราย เสี่ยงต่ำ 178 ราย วันที่ 19-21 มีนาคม ตรวจไปแล้ว 71 ราย เป็นคนไทย 19 ราย ลาว 1 ราย เมียนมา 51 ราย พบเชื้อ 30 ราย ซึ่งรวม 2 ราย ที่ไปตรวจโรงพยาบาลแล้วโดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว