เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2564 นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์ เซ็นคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่อง สั่งงดกิจกรรมงาน Buriram Songkran Festival 2021 "สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ" ใจความว่า
ตามที่จังหวัดบุรีรัมย์โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับหน่วยงาน ภาคเอกชนได้จัดงาน Buriram Songkran Festival 2021 "สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ" ในระหว่างวันที่ 6 - 15 เมษายน 2564 แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่น ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยจังหวัดบุรีรัมย์มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่เพิ่มเติม จำนวน 2 ราย รายที่ 1 เพศหญิง อายุ 28 ปี อาชีพนักเต้น มีประวัติเสี่ยงคือทำงานในสถานบันเทิง และรายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานต้อนรับในสถานบันเทิง มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันที่สถานบันเทิงในกรุงเทพ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีกิจกรรมรื่นเริงต่า งๆ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปสู่บุคคลอื่นได้ จึงมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 22 และมาตรา (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบข้อ 7 (1) ของข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัด บุรีรัมย์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 11/2564 เมื่อ วันที่ 7 เมษายน 2564
จึงออกคำสั่ง งดกิจกรรมงาน Buriram Songkran Festival 2021 "สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ" ที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายเป็นการชั่วคราว ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์กเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539