ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานที่ผ่านมา (20 เม.ย. 64) มีการเปิดแผนการจัดหาวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กับประชาชนชาวไทย ซึ่งมีการวางเป้าหมายให้ได้ 63.5 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2564 ดังนี้
1. วัคซีน Sinovac Biotech จำนวน 2,500,000 โดส (เดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน 2564)
2. วัคซีน AstraZeneca จำนวน 26,000,000 โดส (เดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2564)
3. วัคซีน AstraZeneca จำนวน 35,000,000 โดส (เดือนกันยายน - ธันวาคม 2564)
ทั้งนี้ การจัดสรรจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้หน่วยบริการ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 15 เมษายน 2564 รวมจำนวน 1,043,589 โดส โดยได้จัดส่งวัคซีนของบริษัท Sinovac จำกัด ถึงหน่วยบริการเป้าหมายใน 77 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว จำนวน 957,429 โดส และจัดส่งวัคซีนของบริษัท AstraZeneca จำกัด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร จำนวน 86,160 โดส
ส่วนการให้บริการฉีดวัคโควิด-19 ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่ 77 จังหวัด มีจำนวนยอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 15 เมษายน 2564 รวมทั้งสิ้น 586,032 โดส จำแนกเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 510,456 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 75,576 ราย โดยจำแนกตามกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการฉีดวัคซีน ดังนี้
ส่วนแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายในปี 2564 จะเป็นดังนี้
เอกชน พร้อมลงขันช่วยซื้อวัคซีน 10 ล้านโดส
อย่างไรก็ดี ที่ประชุม ครม. ยังมอบหมายกระทรวงสาธารณสุขหาแนวทางในการให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการกระจายและฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยอาจพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีน หรือการให้องค์การเภสัชกรรมเป็นตัวแทนในการนำเข้าวัคซีนทางเลือก เพื่อให้โรงพยาบาลหรือหน่วยงานภาคเอกชนได้นำไปใช้ รวมถึงการขึ้นทะเบียนวัคซีนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามระเบียบข้อกฎหมาย อีกด้วย