เมื่อวานนี้(23 เม.ย.)นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการตรวจหาผู้สัมผัสรวมของผู้ป่วยในกลุ่มต่างๆ พบว่า มีการแพร่ระบาดของเชื้อในพื้นที่หลายอำเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น ที่สถานปฏิบัติธรรม ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอดอยสะเก็ด หรือที่สถานที่รับเลี้ยงเด็กมูลนิธิในอำเภอเมืองเชียงใหม่ พบว่า สาเหตุการติดเชื้อมาจากการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งมาจากต่างครอบครัว โดยกลุ่มสถานปฏิบัติธรรม ตำบลป่าแดด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 18 คน
ส่วนกลุ่มคลัสเตอร์ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่คือ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 คน และกลุ่มคลัสเตอร์ในเรือนจำกลาง อำเภอแม่แตง พบผู้ติดเชื้อ 17 คน เป็นผู้ต้องขังแรกรับ ที่พบจากการตรวจในระหว่างกักตัวตามมาตรการ 14 วัน
ส่วนกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ (คลัสเตอร์ใหม่) มีจำนวน 3 คลัสเตอร์ด้วยกัน เป็นการแพร่ระบาดในหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในแผนกเดียวกัน การติดเชื้อทั้งหมด 13 คน จากบุคลากรในแผนก 80 คน โดยติดเชื้อมาจากการไปเที่ยวสถานบันเทิงเมื่อตอนต้นๆ ของช่วงการแพร่ระบาดในระลอกเดือนเมษายน
หลังจากนั้นก็ได้ไปทำงานโดยที่ไม่มีอาการ และไม่ทราบว่าติดเชื้อ และมีการรับประทานอาหารและการประชุมร่วมกัน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดภายในหน่วยงานขึ้น
คลัสเตอร์ที่สองเป็นคลัสเตอร์จากงานศพ ในอำเภออมก๋อย เป็นการแพร่ระบาดจากการติดเชื้อในอำเภอเมือง เช่นกัน และกลับบ้านไปร่วมงานศพ ทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวน 7 คน ทั้งนี้ ทีมสอบสวนโรคของอำเภออมก๋อยได้คัดกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงต่ำได้ทั้งหมด 200 คน จะได้ทำการตรวจคัดกรองต่อไป
สำหรับคลัสเตอร์สุดท้ายเป็นบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการติดเชื้อจากงานเลี้ยงในบริษัท ในกลุ่มพนักงาน 60 คน พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 25 คน
อย่างไรก็ตาม จากทั้ง 6 คลัสเตอร์นี้จะเห็นได้ว่าส่วนมากเกิดจากความสนิทสนมของผู้ร่วมงาน หรือคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนที่ทำงาน หรือเพื่อนบ้านเดียวกัน ทำให้ละเลย ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค จึงเป็นที่มาของการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลายๆคลัสเตอร์ดังกล่าว