เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองศาสตราจารย์ นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกสารเฉพาะกิจ "วิกฤตสุขภาพจากโควิด-19" ดังนี้...
ด้วยสถานการณ์ที่จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ศักยภาพของภาคการแพทย์ที่ได้ขยายเพิ่ม (surge capacity) สำหรับเตรียมการรองรับทั้งในโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลเฉพาะกิจ (hospitel) และโรงพยาบาลสนาม กำลังจะหมดลงในเวลาอันสั้น การเร่งขยายศักยภาพเพิ่มเติมบนภาระที่หนักเกินตัวของบุคลากรทางการแพทย์ เท่ากับเร่งให้เกิดการล่มสลายของระบบการดูแลทั้งผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยโควิด-19 รวมถึงการควบคุมโรคในระยะยาวและการเตรียมการฟื้นฟูประเทศ ในยามนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเร่งมือดำเนินการ คือ
2. ฝ่ายประชาชน ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคโดยเคร่งครัด ให้ความร่วมมือตามคำแนะนำของภาคการแพทย์
3. ภาคการแพทย์ วางระบบการใช้ศักยภาพในปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดขั้นตอนที่ทำให้ผู้ป่วยตกค้างอยู่ในโรงพยาบาลและในชุมชนโดยไม่จำเป็น และอดทนอดกลั้นต่อความคาดหวังของสังคม ต่อนโนบายของรัฐบาลที่ไม่ทันการ และต่อคำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ของภาคการเมือง เราจะร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตแห่งชาติครั้งนี้ไปให้ได้
นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังได้โพสต์ข้อความ ดังนี้..
ดูข่าวทีวี ศบค.บอกเหลือเตียงรับผู้ป่วยโควิดอีกกว่าสองหมื่นเตียง อ้าว...ทำไมดราม่าอาม่าเกิดขึ้น ทำไมสามีคนไข้ที่ผมดูแลต้องรอเตียงที่บ้านมา 8 วันยังไม่ได้ สงสัยพวกหมอที่ชงข้อมูลขึ้นไปคงคิดว่ามีเตียงอะไร ที่ไหน ก็จะดูแลคนไข้โควิดได้เลย ถ้าเช่นนั้นทำไมไม่แจ้งเป็นแสนเตียงเลยล่ะ โรงพยาบาลต่างๆ มีเตียงเช่นนี้อีกเยอะ
ขอทีเถอะพวกที่ไม่ได้ทำเวชปฏิบัติดูแลผู้ป่วยแล้ว แต่ไปปรนนิบัตินักการเมืองเพื่อหวังผล ให้ข้อมูลที่เป็นจริงและสอดคล้องกับศักยภาพการแพทย์ของประเทศไทย อย่าให้อายเจ้าหน้าที่ขนย้ายผู้ป่วยโควิดในรูปที่เขารบเคียงบ่าเคียงไหล่พวกเราหมอ พยาบาล และบุคลากรสนับสนุน อย่างเต็มกำลังความสามารถอยู่ ณ ขณะนี้เลย พร้อมแฮชแท็ก #เอาจิตวิญญาณเพื่อผู้ป่วยคืนมา