การหารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนระหว่างภาครัฐและเอกชน ระหว่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภาคเอกชน ทั้งจากคณะกรรมการหอการค้าไทย และ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมภาคเอกชน นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่า ภาครัฐจัดเตรียมการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้สามารถฉีดให้กับประชาชนให้ได้ 70% หรือ ราว 100 ล้านโดสภายในสิ้นนี้ เพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจ
“40 ซีอีโอ” ชี้ ไทยฉีดวัคซีนโควิดช้า เสนอช่วยรัฐ ควักเงินจ่ายค่าวัคซีนฉีดพนักงานเอกชนกว่า 1 ล้านราย
ทั้งนี้ภาคเอกชนจึงไม่จำเป็นต้องหาวัคซีนมาเพิ่มเติม โดยภาครัฐยินดีให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะทำงานเป็นทีมประเทศไทยด้วยกัน ทำงานคู่ขนานไปด้วยกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน 4 คณะ คือ ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน ทีมการสื่อสาร ทีมเทคโนโลยีและระบบ ทีมสุดท้าย เป็นการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ การสำรวจความต้องการภาคเอกชนในการฉีดวัคซีน พบว่า ข้อมูล ณ วันที่ 28 เมษายน 2564 พบว่าบริษัทเอกชนมีความต้องการได้วัคซีน โดยนายจ้างจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง จำนวน 2,629 บริษัท รวมจำนวนพนักงาน 921,817 คน
ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แม้ทางภาคเอกชน จะแจ้งความจำนงค์ในการจ่ายค่าวัคซีนเอง แต่ในเบื้องต้น นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายว่า จะให้ใช้งบประมาณรัฐในการดูเรื่องค่าวัคซีนให้กับประชาชนทุกคนก่อน จึงยังไม่เห็นชอบที่จะให้เอกชนจ่ายเงินในส่วนนี้
ประธาน ส.อ.ท. ยังระบุว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ประสานงานร่วมกับภาคเอกชน ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ประสานงานหลักเรื่องการหาวัคซีนร่วมกับภาคเอกชนให้ได้ตามแผน
อย่างไรก็ตาม ยังได้มีการหารือถึงแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย ทั้งเรื่องการสนับสนุนการให้สินเชื่อธุรกิจด้านเงินทุน รวมถึงยังมีการหารือ เรื่องแก้กฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนคนไทยและต่างชาติให้มาลงทุนในไทยด้วย