เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2564 ว่าที่ร้อยตรี การันต์ ศรีวัฒนบูรพา ผู้ช่วยโฆษกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์แต่ละศูนย์ ช่วงนี้ทำงานหนักมากเพื่อเร่งประสานงานให้ผู้ป่วยฉุกเฉิน ขอวิงวอนไปยังนักแสดง คนดัง บางท่าน อย่าโทรไปกดดัน ต่อว่า เจ้าหน้าที่ เพื่อให้ไปรับเคสทุกเคสของท่าน ที่ท่านออกสื่อว่าจะหาเตียงให้พวกเขา ส่งข้อมูลมาเราขอขอบคุณ แต่ไม่ใช่โทรไปจี้ โทรแดกดัน ให้ทำตามที่ท่านต้องการนะครับ ขอนะครับ
ทีมข่าว PPTV สัมภาษณ์เพิ่มเติม ว่าที่ร้อยตรี การันต์ เปิดเผยว่า การส่งเคสผู้ป่วยไปให้ที่ศูนย์เจ้าหน้าที่จัดลำดับความฉุกเฉินเร่งด่วนเพื่อบริหารจัดการในภาพรวม ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานเต็มศักยภาพ แต่ปัญหาที่เผชิญ คือ มีบางคนส่งเคสเข้ามาแล้วจะขอให้เร่งรัดคิวให้ มองว่า ทำให้ระบบเกิดความสับสนและยิ่งทำให้ล่าช้า
“บางท่านเวลาที่รับประสานเคส หมายถึงท่านที่มีจิตอาสา ที่เป็นผู้มีชื่อเสียงเนี่ย รับประสานเคสมาแล้วก็พยายามที่จะปิดเคสของตัวเองให้ได้ ด้วยการมั่นโทร มั่นโทรมาสอบถามไปยังศูนย์คอลเซ็นเตอร์ต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่เองก็ภาระงานท่านก็หนักอยู่แล้ว แต่เราก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดอยู่ในการช่วยเหลือผู้ป่วย” ว่าที่ร้อยตรี การันต์ กล่าว
ด้านนางสาวนาตาชา มณีสุวรรณ์ หรือ จูน หนึ่งในดารานักแสดงที่ออกมาช่วยหาเตียงให้ผู้ป่วย และ เคยโพสต์ภาพในอินสตราแกรมส่วนตัว เล่าถึงการประสานเตียงให้ผู้ป่วยโควิด-19ในช่วงกลางดึก ยอมรับว่า เป็นคนที่โทรหาเจ้าหน้าที่ทุก 10 นาที ถึง ครึ่งชั่วโมง เพราะ กลัวผู้ป่วยจะไม่ได้เตียง มองว่า การช่วยหาเตียงไม่ใช่การไปกดดันเจ้าหน้าที่ แต่เป็นการใช้ศักยภาพของดาราให้เกิดประโยชน์กับสังคม
“จูนมองว่าเป็นการใช้ศักยภาพของดาราและคนของสาธารณสุขให้เกิดประโยชน์มากกว่าค่ะ จูนมองว่าตรงนี้เป็นการโชว์ศักยภาพที่เกิดประโยชน์และได้ช่วยคนนะคะ บางคนเขาก็บอกว่าเขาเป็นคนธรรมดา เขาติดต่อไป ไม่ได้รับการตอบรับ การตอบรับที่ช้ามาก ซึ่งพอจูนติดต่อไป จูนก็จะบอกก่อนเลยว่า ชื่อจูน- นาตาชานะคะ เราเป็นนักแสดงที่อาสา ประสานงาน แล้วก็เตรียมเตียงให้กับผู้ป่วย อะไรอย่างนี้ค่ะ ซึ่งโอเค ทางเจ้าหน้าที่ก็ตอบรับได้ดีนะคะ”
ขณะที่ปัญหาเรื่องเตียงการรักษาไม่เพียงพอ ล่าสุด วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจศูนย์แรกรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ยืนยันว่า ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาคอขวดการส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงเทพฯ ผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 สามารถติดต่อผ่านคอลเซ็นเตอร์ เบอร์ 02-079-1000 ซึ่งมีอยู่ 40 คู่สาย จากนั้นจะมีรถจากเครือข่ายต่างๆ ที่เข้ามาร่วมทำงานไปรับที่บ้าน หรือ หากผู้ป่วยมีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาที่ศูนย์ด้วยตนเองได้ เมื่อมาถึงจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองอาการ เพื่อประเมินว่า จะส่งต่อไปที่ไหน ในกรณีที่โรงพยาบา ที่ศูนย์จะมีเตียงรองรับ 200 เตียง
ส่วนการเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชน นายอนุทิน ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขมีแผนจะปรับทั้งศูนย์แรกรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศเป็นสถานที่สำหรับฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่วอร์คอินเข้ามารับวัคซีน มองว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม เนื่องจากมีขนาดใหญ่ สามารถจัดเป็นพื้นที่เฝ้าสังเกตอาการหลังการฉีดวัคซีน 30 นาที ได้ แต่การดำเนินการนี้จะเกิดขึ้นหลังสามารถรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้ทั้งหมดแล้ว มั่นใจว่า ตั้งแต่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป จะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับประชาชน