เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มีรายงานว่าที่ประชุมศูนย์บริหารสถารการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์วันนี้ พบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ กลับมาสูงขึ้นอยู่ที่ 1,940 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตวันนี้ 21 ราย ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมในระลอกเมษายน หรือระลอก 3 อยู่ที่ 40,121 และเสียชีวิต สะสม 151 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ ม.ค.2563 รวม 68,984 รายแล้ว โดยโควิด-19 คร่าชีวิตคนในประเทศไทยไปแล้ว 245 ราย
ขณะที่มีรายงาน ผู้ติดเชื้อทั่วโลกสะสม 151,774,770 คน ผู้เสียชีวิตทั่วโลก 3,188,331 คน รักษาหาย 89,610,676 คน
ส่วนประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อการรักษา คือจำนวนวันที่ทราบผลการติดเชื้อ หากทราบว่าติดเชื้อเร็ว นำเข้าสู่ระบบการรักษาเร็ว จะส่งผลให้อาการรุนแรงลดลง ลดการเสียชีวิต
ผอ.กองระบาดวิทยา เผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กทม.และปริมณฑลยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกทม.พบว่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า การกระจายตัวของผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ทุกเขต ต่างจังหวัดยังพบจังหวัดที่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอีก 21 จังหวัด ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง มีภาคกลาง 7 จังหวัด ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ภาคเหนือ 2 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด และภาคใต้ 6 จังหวัด
สาเหตุของการติดเชื้อในระบบการรายงานประเภทผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อในระลอกเม.ย. ในรายสัปดาห์ที่ 14-17 ปี 2564 ข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ค.2564 พบว่า ผู้ป่วยจากระบบบริการ ฝ้าระวัง สะสม 31,850 ราย สำหรับรายงานการค้นหาเชิงรุกสะสม 6,133 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.10 ซึ่งน้อยลง ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าผู้มารับบริการในสถานพยาบาล เป็นผู้ติดเชื้อมาจากสัมผัสในครอบครัว และเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่ทราบว่าเขาเหล่านั้นติดเชื้อถึงร้อยละ 54 ทำให้มีผู้ป่วยและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มจำนวนมากขึ้น
อย่างไรก็ตามเมื่อเราเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ไม่เดินทางไปไหน กักตัวอยู่ที่บ้าน และสังเกตอาการตนเอง หากมีไข้ เจ็บคอ ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่นให้รีบประสานศูนย์แรกรับเพื่อเข้ารับการรักษาใน รพ.สนาม Hospitel หรือรพ. สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และต้องมีการป้องกันตัวเอง
ดังนั้น การอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัว ต้องมีระยะห่าง และป้องกันตัวเอง เพราะไม่ทราบว่ามีคนในครอบครัวติดเชื้อหรือไม่