“หมอนิธิพัฒน์” ค้านตั้ง “ไอซียู สนาม” ชี้ จนท.งานตึงมือ โควิดบานปลาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“หมอนิธิพัฒน์” นายกสมาคมอุรเวชช์ฯ ประกาศคัดค้านตั้ง ไอซียู สนาม เพื่อรักษาผู้ป่วย เผยสถานการณ์โควิด-19 บานปลาย ทำให้บุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานหนัก

สาววัยรุ่น แขนขาอ่อนแรง หลังฉีดวัคซีนโควิด-19

กทม.เปิด รพ.สนามแห่งที่ 5 นำร่องจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2564 รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กคัดค้านการตั้ง ไอซียูสนาม เพื่อรักษาโควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์บานปลาย และบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ พร้อมกับติดแฮชแท็ก #เซฟบุคลากรทางการแพทย์

โดย รศ.นพ.นิธิพัฒน์ ระบุข้อความว่า

“6 เม.ย. 2563 ผมเสนอแผนเตรียมตั้งไอซียูสนามโควิดในกทม.ต่อที่ประชุมซึ่งมี อ.ปิยะสกลเป็นประธาน คงเป็นเพราะออกตัวก่อนว่าภาพประกอบได้จากลูกสาวคนโตที่กำลังจะเข้าเรียนถาปัดร่างแบบให้ จึงได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมและเสนอแผนงานให้รัฐบาลพิจารณา แต่ให้ใช้เป็นแผนสำรองต่อจากการขยายไอซียูโควิดในโรงพยาบาลหลักก่อน เพราะมีความยุ่งยากซับซ้อนเชิงวิศวกรรมและความปลอดภัย เช่น ระบบสำรองก๊าซทางการแพทย์ ระบบหมุนเวียนและถ่ายเทอากาศ ระบบกำจัดของเสียและของติดเชื้อ ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วปัญหาใหญ่คือจะเอาใครมาทำงาน เพราะต้องการแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญสูงในการรับมือกับผู้ป่วยโควิดวิกฤต ผมในนามสมาคมอุรเวชช์ ฯ ได้เตรียมในด้านบุคลากรนี้ไว้ระดับหนึ่งร่วมกับแพทยสภาและสภาการพยาบาล โชคดีว่าโควิดระลอกหนึ่งสงบเสียก่อน แผนนี้จึงไม่ถูกงัดมาใช้

ช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ผมถูกถามในหลายวงและจากหลายคนว่า จะรื้อฟื้นแผนงานนี้ขึ้นมาใหม่ไหม ผมตอบดัง ๆและชัดเจนในทุกเวทีว่า "ไม่" และ "ไม่มีทาง" สถานการณ์โควิดตอนนี้บานปลายไปมาก บุคลากรมีภาระตึงมือกันไปทั่ว ทางรอดเดียวของเราคือใช้ศักยภาพไอซียูโควิด (ระดับ 3 ) ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้คุ้ม คู่ไปกับการขยายศักยภาพ COVID ward (ระดับ 2) ให้รองรับผู้ป่วยปอดอักเสบโควิดที่เริ่มรุนแรง (step up) หรือเริ่มรุนแรงลดลง (step down) เพื่อให้การใช้เตียงไอซียูโควิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และอาวุธสำคัญหนึ่งคือเครื่องไฮโฟลว์ที่ผมรณรงค์เสนอให้ทุกฝ่ายเร่งจัดหา

ผมไม่สบายใจที่ยังมีผู้ไม่เข้าใจและพยายามผลักดันเรื่องนี้กันอยู่อีก นอกจากไม่ยืนอยู่บนความเป็นจริงเหมือนบุคลากรด่านหน้าอย่างพวกเราที่รับทราบกันอยู่เต็มอก แต่มันยังสร้างแรงกดดันและความหนักใจต่อบุคลากรใต้บังคับบัญชาของฝ่ายบริหาร/นโยบายที่ดึงดันเรื่องนี้

มีคนบอกผมว่าการที่ผมออกไปตระเวนเยี่ยมศิษย์ทั่วไทยช่วงโควิดตั้งแต่ระลอกแรกนั้น นอกจากให้ความรู้และให้กำลังใจแล้ว ยังช่วยเป็นแรงใจให้คนหน้างานเขาส่งเสียงสะท้อนสู่ข้างบนได้อย่างกล้าหาญขึ้น ผมบอกว่าผมเป็นแค่คนนอกที่ปรารถนาดีต่อทุกฝ่าย แม้สิ่งที่ผมทำอาจไม่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ผมจะไม่ยอมหยุดพูดความจริงในทุกๆ ที่ เพื่อให้พวกเขาได้ทำหน้าที่ทางการแพทย์โดยไม่ต้องมีความกังวลใดๆ อยู่เบื้องหลัง #เซฟบุคลากรทางการแพทย์”

 

TOP สุขภาพ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ