เฟซบุ๊กของพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความ ระบุว่า จะส่งทนายความไปแจ้งความเจ้าของรถปิ๊กอัพคันหนึ่ง ซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นของพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ริมรั้วจุดก่อสร้างโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน รถคันดังกล่าวจอดกีดขวางทางเข้า-ออก พร้อมให้ บุคลากรทางการแพทย์ และ พนักงานของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนา กว่า 1,500 คนร่วมกันไม่อุดหนุนซื้ออาหารร้านค้าเหล่านี้ เพราะ ตั้งอยู่ในจุดที่กีดขวางทางเข้า-ออกโรงพยาบาลสนามเป็นการปิดกั้น ขัดขวางโอกาสในการช่วยผู้ป่วยอาการหนักโรคโควิด
หมอเหรียญทอง ยังเขียนเฟซบุ๊กถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้มาตรวจสอบร้านค้าริมรั้วเหล่านี้ด้วย
ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวโต้ตอบหมอเหรียญทอง ด้วยการตั้งคำถามว่า การที่ออกมาดำเนินคดีกับประชาชน เข้าข่ายการรังแกประชาชนหรือไม่ ย้ำว่า ส่วนตัวไม่ได้ขัดแย้งกับหมอเหรียญทอง แต่ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ เพราะ มีชาวบ้านร้องเรียนมา บอกด้วยว่า ไม่เคยค้านโรงพยาบาลสนาม แต่หากจะมี ต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชน และต้องปลอดภัย
นายสิระ ยังบอกอีกว่า หลังจากนี้จะเรียกหมอเหรียญทองและผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงใน คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเขาเป็นประธานกรรมาธิการอยู่
“หมอเหรียญทอง” เปิดรับบริจาคสร้างรพ.สนาม
ส่วนเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างโรงพยาบาลสนาม ล่าสุด นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. ยืนยันว่า โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินของหมอเหรียญทอง ขออนุญาตดำเนินการถูกตั้งมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อสร้างเสร็จ จะต้องตรวจสอบว่าได้มาตรฐานโรงพยาบาลสนามตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้หรือไม่ โดยสิ่งที่จะตรวจสอบ มีทั้ง เรื่องการเลือกสถานที่ การจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์-เวชภัณฑ์ ระบบการดูแลรักษาส่งต่อผู้ป่วย ระบบสื่อสาร การป้องกันควบคุมการติดเชื้อ ระบบรักษาความปลอดภัย การจัดการขยะและน้ำเสีย รวมถึงการยอมรับของชุมชน
“สิระ” แฉ “หมอเหรียญทอง” รับบริจาคสร้างไอซียูสนาม แต่เก็บค่ารักษาหัวละ 1,500 บาท