พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ชี้แจงกรณีได้รับเรื่องร้องตามที่น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขตพญาไท-จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีผลการตรวจเชิงรุกประชาชนในชุมชนหลังวัดไผ่ตัน ย่านสะพานควาย และซอยพหลโยธิน 15 พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยระบุว่า สาเหตุในการแพร่ระบาด คือ บ่อนการพนันในพื้นที่
โดยน.ส.ภาดาท์ แจ้งว่าได้รับเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่เขตพญาไทว่า มีบ่อนการพนันเปิดในสถานที่ทั้งสองดังกล่าวข้าง
ดังนั้น บช.น.จึงได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ลงวันที่ 9 พ.ค. 64 ให้ บก.น.2 ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วรายงานให้ทราบโดยด่วน โดยได้รับการยืนยันจากผลสอบสวนโรค ว่ากลุ่มคนที่ติดโควิดไม่ได้ติดจากบ่อนพนัน แต่สัมผัสกลุ่มเสี่ยง 7 คน ซึ่งอ้างถึงคำให้การว่าไปรับประทานอาหารกับคนรู้จักและเพื่อในชุมชน ช่วง 28 เม.ย. - 6 พ.ค. โดยสามารถติดต่อได้ทั้งหมด 5 คน อีก 2 คน ยังไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนข้อมูลเรื่องบ่อนพนัน ตำรวจลงพื้นที่สอบถามประชาชน และทราบว่าในอดีตพื้นที่นี้เคยมีบ่อน แต่ตั้งแต่มีโควิดระบาดก็ไม่มีบ่อนอีก พร้อมสั่งตั้งคกรรมการตรวจสอบ และประสารข้อมูลจาก ส.ส.
ส่วนคำให้การเจ้าของห้องตามที่ปรากฎในคลิปสื่อ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 64 ที่ระบุว่า มีคนมาขอเช่าห้องวันละ 500 บาท เพื่อเล่นไฮโลว์ 10 คน แต่ปิดไปก่อนช่วงโควิด-19 ระบาดครั้งแรกนั้น สอบปากคำแล้ว เมื่อหลายปีก่อน เคยมีคนมาเช่าห้องเพื่อเล่นการพนันจริง หลังจากนั้นเป็นต้นมา
รวมถึงช่วงโควิด-19 ระบาดรอบแรกจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่มีการมาเช่าห้องเล่นการพนันอีก และผลตรวจเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้พักอาศัยก็ไม่พบว่ามีผู้ใดติดเชื้อโควิด-19
ขณะที่ข้อมูลของนายสันธนะ ประยูรรัตน์อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ระบุว่าจากข้อมูลที่ส่งให้คนลงไปตรวจสอบ พบข้อมูลว่าบ่อนการพนันในซอยวัดไผ่ตัน เป็นบ่อนระดับพื้นที่ ชาวบ้านนัดเล่นกันเองในเป็นลักษณะบ่อนวิ่ง เปิดเล่น ไฮโลว์
-เปิดเพื่อหารายได้ดำรงชีวิต
-นัดผ่านปากต่อปาก/โซเชียล
-เช่าบ้านพักเป็นรายวัน(แล้วแต่ตกลง) เปลี่ยนไปเรื่อย
-เวลาถูกจับไม่มีคนรับผิดชอบ
ซึ่งมีขึ้นช่วง 2-3 สัปดาห์ ก่อนผู้ติดโควิดในพื้นที่จะให้ข้อมูลไทมไลน์ เพราะถือเป็นการเอาตัวรอดของคนในชุมชนบางกลุ่ม ที่จะสามารถหารายได้ และการเปิดบ่อนต้องยึดโยงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่างเพราะเป็นบ่อนระดับพื้นที่ซึ่งการรับผิดชอบจะต่างกัน
นายสันธนะ มองว่าการให้ข้อมูลของชาวบ้านในชุมชนต่อเจ้าหน้าที่รัฐ น่าจะเป็นเรื่องเท็จเพราะคนในพื้นที่ทราบกันดี แต่เป็นเรื่องปกติที่ข้อมูลจากชาวบ้านในการแแจ้ง ส.ส. จะต่างกับข้อมูลที่ให้ตำรวจ เพราะมีเรื่องผลประโยชน์
ส่วนแนวทางป้องกันนายสันธนะ แนะนำตำรวจนครบาลต้องประสานข้อมูลกับประธานชุมชน และขอความร่วมมือให้มาก แต่ทั้งนี้ต้องไม่นำเรื่องผลประโยชน์มาเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินการ