ทีมข่าวพูดคุยทางวิดีโอคอล กับ นายพันธกานต์ พรมยะ อายุ 25 ปี เป็นครูที่จังหวัดน่าน เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด เพราะ มีโรคประจำตัว เป็น เบาหวาน ความดัน และ ไข้ติดเชื้อตามข้อแบบเฉียบพลัน รวมถึงก่อนหน้านี้ เคยติดเชื้อ จนเชื้อแพร่ลามไปที่ปอด รักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน 3 เดือน แม้ เขากลัวติดเชื้อโควิดมาก แต่ก็ไม่กล้าฉีดวัคซีนเพราะกังวลเรื่องอาการข้างเคียง ทำให้ตอนนี้ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับวัคซีนใดใด
นายพันธกานต์ บอกว่า ยังไม่มั่นใจในวัคซีนตัวใดเลย โดยเฉพาะ ตัวที่รัฐบาลประกาศใช้ฉีดฟรี เพราะ มีประสิทธิภาพน้อยเมื่อเทียบกับวัคซีนตัวอื่น มองว่า หากฉีดวัคซีนแล้ว รัฐบาลควรมีมาตรการรองรับผลข้างเคียงที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความอุ่นใจ และควรมีวัคซีนให้ประชาชนเลือกมากกว่านี้ และ ควรเลือกโดยไม่เสียเงิน เพราะ หากมียี่ห้อวัคซีนเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องเสียเงินฉีดเอง ก็จะทำให้มีคนจำนวนมากเข้าไม่ถึง เนื่องจาก ไม่มีรายได้เพียงพอ
ส่วนอีก 1 ตัวอย่างที่ทีมข่าวพูดคุยด้วย คือ น.ส.วีรินทร์ คงใหม่ อายุ 25 ปี เป็นประชาชนที่รอการฉีดวัคซีนอยู่
น.ส.วีรินทร์ เชื่อมั่นในวัคซีนโมเดอร์นา มากกว่า แอสตราซิเนกา และ ซิโนแวค แต่เธอบอกว่า ตอนนี้ไม่ได้มีรายได้ หากต้องเสียเงินฉีดวัคซีนอาจไม่มีเงินเพียงพอ มองว่า การปล่อยให้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเป็นวัคซีนทางเลือกทำให้ คนจำนวนหนึ่งเข้าไม่ถึงวัคซีน ยอมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีคำตอบว่า หากรอการฉีดฟรีไม่เสียเงิน จะมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากวกว่า 2 ยี่ห้อเดิมเมื่อไหร่
นอกจากนี้ยังมองว่า ราคาวัคซีนทางเลือก ที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ แม้จะอยู่ที่หลักพันต้นๆ แต่คนที่จะเข้าถึงได้ ก็จะมีแค่คนชนชั้นกลางขึ้นไปเท่านั้น ส่งคนหาเช้ากินค่ำ ไม่น่าจะเข้าถึงวัคซีนได้