เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีมีข้าราาชการตำรวจ เสียชีวิตจากการป่วยติดเชื้อโควิด-19 อีกราย หลังจากเมื่อวานนี้(15 พ.ค.) รายงานมีข้าราชการตำรวจเสียชีวิตจากโควิด-19 2 รายในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยล่าสุด ร.ต.ท.ปราโมทย์ ทัศนีย์ไตรเทพ รองสารวัตรกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2564
"พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของข้าราชการตำรวจผู้เสียชีวิต โดยสั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของสวัสดิการต่างๆ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัว.
พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล เผยถึงข้าราชการตำรวจ อีก 2 นาย ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรก พ.ต.ท.ณัฐดนัย ทองดง หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรบางลาย จังหวัดพิจิตร ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลา 15 วัน ด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 64 ที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และส่งตัวเข้ารักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 64 ก่อนเสียชีวิต เมื่อเช้า 16 พ.ค.64
อีกราย ร.ต.อ.ถนอม สาระมูล รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกัน หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัว เป็นเวลากว่า 1 เดือน ที่โรงพยาบาลขอนแก่น โดยทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาอย่างดีที่สุด แต่ก็เกิดเหตุความสูญเสียขึ้น
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล รายงานสถานการณ์ตำรวจสังกัดนครบาลติดเชื้อโควิด-19 สะสม 302 ราย เพิ่ม 8 ราย จากวันที่ 15 พ.ค.64 รักษาหายแล้ว 147 ราย คงเหลือ 155 ราย กักตัว 1,039 ราย สิ้นสุดกักตัว 727 ราย
คงเหลือกักตัว 312 ราย โดยภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจติดเชื้อโควิดร่วม 1,000 คน
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีจำนวนข้าราชการตำรวจติดเชื้อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน และเข้าไปในพื้นที่ต่างๆซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสฯ ผบ.ตร. เน้นย้ำมาตรการรักษาระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงาน และเป็นการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปยังพี่น้องประชาชน และเพื่อนตำรวจ พร้อมทั้งร่วมผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียแก่ข้าราชการตำรวจ