ความคืบหน้า หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าหารือ กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (17 พ.ค.64) เกี่ยวกับการกระจายวัคซีนโควิด 19
ขณะนี้แบ่งเป็นกระจาย 3 กลุ่ม ได้แก่ คนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม คนที่ลงทะเบียนผ่านโรงพยาบาล และ กลุ่มองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ที่จัดฉีดให้กับบุคลากร
นายอนุทิน ระบุว่า กลุ่มองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ต้องการจะฉีดวัคซีนให้กับพนักงานสามารถติดต่อเข้ามายังกรมควบคุมโรคได้ หรือบางแห่งมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถฉีดวัคซีนเองได้ ให้ทำเรื่องขอสนับสนุนวัคซีนมา กระทรวงก็พร้อมจะจัดส่งให้ เพื่อแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ ที่ขณะนี้มีภาระล้นมืออยู่แล้ว
ส่วนกรณีมีความกังวลว่า การขอรับวัคซีนแบบวอล์กอินจะแซงคิวกลุ่มที่ลงทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ นายอนุทินยันไม่มีการแซงคิว กลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม และโรงพยาบาล เพราะแต่ละจุดที่รับวัคซีนจะแบ่งโควตาวัคซีนไว้ชัดเจนแล้ว ซึ่งสัดส่วนการวอล์กอินอยู่ที่ 10-20 เปอร์เซนต์ ย้ำชัดไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเดินเข้าไปฉีดก็ได้ เพราะวัคซีนส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรให้คนที่นัดคิวผ่านระบบไว้แล้ว
ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญ เฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เผยผลการศึกษาของศูนย์ฯ การฉีดวัคซีนแอสราเซเนกา ในคนวัยทำงาน และคนอายุน้อยกว่า 30 ปี จะมีอาการเป็นไข้ ไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตัวเหมือนไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดวัคซีนได้มากกว่าคนสูงวัย ทั้งนี้หลังฉีดวัคซีนให้กินยาพาราเซตามอลได้เลย ทั้งนี้เป็นอาการปกติที่พบได้ ไม่ต้องตกใจ
นอกจากนี้ อาจมีอาการบวมแดง บริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการทั้งหมดจะอยู่ชั่วคราวเท่านั้น อย่างไข้ โดยทั่วไปอาการไข้จะอยู่ 24 ชั่วโมงและมีน้อยที่จะเป็น 2 วัน และน้อยมากๆที่จะถึง 3 วัน
จากการศึกษาพบอีกว่า ผู้ที่มีอายุน้อยและมีปฏิกิริยาต่อวัคซีนมาก จะมีภูมิต้านทานที่สูง จึงไม่แปลกผู้หญิงมีภูมิต้านทานสูงกว่าผู้ชาย ผู้ที่มีอายุน้อยจะมีภูมิต้านทานสูงกว่าผู้ที่มีอายุมากหรือผู้สูงวัย