ภายหลังประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม เน้นไปที่เรื่องการชี้แจงสถานการณ์โควิด-19ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยบอกว่า หากไม่นับการแพร่ระบาดภายในเรือนจำ และคลัสเตอร์แคมป์คนงาน ตอนนี้ถือว่า สถานการณ์ยังทรงตัว บางพื้นที่ยอดผู้ติดเชื้อลดลง มั่นใจว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ส่วนการแก้ปัญหาคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง โรงงาน และสถานที่อื่นๆในกทม.พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้เร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกทั้งหมด และใช้มาตรการการปิดกั้นการเดินทางเข้าออกพื้นที่ เพื่อไม่ให้แพร่กระจายเชื้อไปสู่ภายนอก
ส่วนคลัสเตอร์ในเรือนจำ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้ ศบค. เร่งตรวจคัดกรอง แยกผู้ติดเชื้อ ส่งไปรับการรักษาที่ รพ.สนาม ของกรมราชทัณฑ์ ส่วนผู้ป่วยหนัก ให้ส่งตัวเข้ารับการรักษาแพทย์เฉพาะทาง พร้อมสั่งงดบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ส่วนกรณีที่ เมื่อวานนี้ กรมราชทัณฑ์ระบุมาตรการคุมโควิดในเรือนจำ ว่า มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่เพิ่มจุดติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ ตรวจวัดอุณหภูมิ รวมถึงให้ผสมคลอรีนลงในน้ำที่ผู้ต้องขังใช้อาบน้ำ ทีมข่าวสอบถามไปยัง รองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ว่าแนวทางนี้จะช่วยป้องกันโควิด-19 มากน้อยแค่ไหนได้คำตอบว่า การผสมคลอรีนลงไปในน้ำเป็นมาตรการที่ดี เพราะคลอรีน อยู่ในกลุ่มโซเดียมไฮเปอร์คลอไรด์ มีฤทธิ์ของการฆ่าเชื้อโรคแต่การผสมลงในน้ำที่ใช้สำหรับอาบน้ำ ต้องระวังอย่าใส่มากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้
พุ่งไม่หยุด! ผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 1,408 ราย
อ.อ๊อด ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า เรือนจำควรฉีดพ่นฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดบริเวณผิวสัมผัสสภาพแวดล้อมในเรือนจำด้วย รวมถึง ควรดูแลเรื่องเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวของผู้ต้องขังเพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ส่วนบริเวณที่เป็นผิวสัมผัส เช่น ประตูสำนักงาน อาจต้องใช้แผ่นฟรอยด์ทองแดงที่มีขายทั่วไปมาแปะ เพราะมีประสิทธิภาพทำลายเซลล์ของเชื้อโรคได้
สำหรับการแพร่ระบาดในเรือนจำ อ.อ๊อด ระบุว่าการรับมือไปไกลเกินกว่าหน้าที่ของระดับผู้บัญชาการเรือนจำแล้ว ควรเป็นระดับรัฐบาลที่เข้ามาจัดการเรื่องนี้ เช่น การขยายเรือนจำ หรือ การเคลื่อนย้ายนักโทษบางส่วนที่ตรวจไม่พบเชื้อออกไปก่อนเพื่อลดความแออัด พร้อมเสนอว่า อาจใช้ค่ายทหารเป็นจุดดูแลผู้ต้องขังชั่วคราว เพราะมีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงอยู่แล้ว
สธ. เปิด Call center 180 คู่สาย ตอบปัญหานัดฉีดวัคซีนโควิด-19
สำหรับภาพรวมการติดเชื้อโควิดในเรือนจำ ตอนนี้พบการติดเชื้อรวม 11,342 คน กระจายอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 13 แห่ง เรือนจำเชียงใหม่ พบการติดเชื้อสูงที่สุด รองลงมาคือ เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำคลองเปรม เรือนจำจังหวัดนนทบุรี เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำพิเศษมีนบุรี เรือนจำจังหวัดนราธิวาส เรือนจำอำเภอแม่สอด และ เรือนจำกลางสมุทรปราการ
ส่วนกรณีที่พบว่า กรมราชทัณฑ์ใช้งบประมาณแค่ 750,000 บาท ในการดูแลแก้ปัญหาโควิด-19 จนถูกวิจารณ์ว่าน้อยมาก เพราะ หารเฉลี่ย ผู้ต้องขัง กว่า 310,830 คน เท่ากับว่า ใช้งบประมาณต่อคนไม่ถึง 3 บาท ล่าสุดมีการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 411 ล้านบาท อยู่ระหว่างสำนักงบประมาณนำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา