เหตุผลที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ เพราะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ยังซื้อเองไม่ได้ เพราะ ติดล็อก คำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดินที่ออกมาเมื่อต้นปี 2564 ระบุว่า “การจัดซื้อวัคซีน ในระยะแรก ต้องซื้อโดยรัฐเท่านั้น เอกชนและท้องถิ่นไม่สามารถซื้อได้” หากให้ท้องถิ่นรวมถึงเอกชนสามารถจัดซื้อวัคซีนเองได้จะต้องให้รัฐบาล หรือ ศบค.เผยตอนนี้ยังเข้าข่ายอยู่ใน “ระยะแรก” หรือไม่ หากไม่ได้อยู่ในระยะแรก ก็สามารถดำเนินการได้
สอดคล้องกับ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า ตามปกติ ท้องถิ่นมีหน้าที่ในการป้องกัน ยับยั้งโรค ซึ่งสามารถตีความได้ว่า การจัดซื้อ จัดหาวัคซีน คือ การป้องกันและยับยั้งโรค แต่ที่ติดขัดยังทำไม่ได้ เพราะ ตอนแรก หน้าที่การจัดซื้อวัคซีนถูกกำหนดให้รัฐทำฝ่ายเดียว มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมจึงควรปรับให้ทันสถานการณ์
ทั้งนี้หากย้อนดูเรื่องการกำหนดให้รัฐมีอำนาจจัดซื้อวัคซีนเพียงหน่วยงานเดียว เริ่มต้นตั้งแต่ต้นปี 2564 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายพื้นที่อนุมัติงบประมาณเตรียมพร้อมจัดซื้อวัคซีน ตอนนั้น เกิดคำถามว่า ท้องถิ่นซื้อวัคซีนเองได้หรือไม่
จากนั้นวันที่ 22 มกราคม ผู้ตรวจการแผ่นดิน เชิญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง และให้ความเห็น ใจความสำคัญ คือ บอกว่า “ในระยะแรกภาครัฐเท่านั้นที่จะดำเนินการจัดซื้อและบริหารจัดการวัคซีนและกระจายวัคซีนตามแผนการบริหารจัดการวัคซีน ยังไม่สามารถให้เอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนกับผู้ผลิตได้โดยตรง”
จากนั้น 6กุมภาพันธ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหนังสือแจ้งข้อมูลที่ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุ ส่งให้ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ก่อนที่ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อแจ้งข้อมูลเดียวกันนี้ พร้อมระบุว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งหน่วยงานในสังกัดให้ทราบข้อมูลนี้
ที่เป็นสาเหตุที่หากจะเปิดทางให้ท้องถิ่นสามารถซื้อวัคซีนเองได้ กระทรวงมหาดไทย เรียกร้องให้ ศบค. ระบุว่า ตอนนี้ไม่ใช่ระยะแรกแล้ว ท้องถิ่นและเอกชนสามารถจัดซื้อวัคซีนเองได้ ซึ่งแหล่งข่าวที่คุยกับทีมข่าวบอกว่า หาก ศบค. ยืนยันตามนี้ กระทรวงมหาดไทยก็จะสามารถออกประกาศเพื่อยกเลิกเอกชนเดิมที่เคยส่งให้กับแต่ละจังหวัด จากนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะเดินหน้าซื้อวัคซีนได้
แต่ก็มีอีก 1 ปัจจัย ที่เป็นข้อกังวลใหม่ ข้อมูลนี้ทีมข่าวได้รับจาก นายนิพนธ์ คือ เรื่องระเบียบการใช้เงินขององกรค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ระบุว่า จะสามารถใช้งบประมาณได้ในกรณีที่จะใช้ยับยั้งโรคระบาด แต่ สำหรับ โควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ทำให้ท้องถิ่นหลายพื้นที่กังวลว่า หากใช้เงินซื้อวัคซีน จะกลายเป็นการใช้เงินผิดประเภท และจะถูกตรวจสอบจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งทางแก้ นายนิพนธ์ บอกว่า อาจต้องออกระเบียบยกเว้น หรือ แก้ไขระเบียบเดิม
แต่ทั้งหมดก็ต้องรอ ศบค.กำหนดแนวทางว่าสุดท้ายแล้ว จะให้ท้องถิ่นและภาคเอกชนมาร่วมจัดซื้อวัคซีนได้หรือไม่
ประเด็นนี้สอดคล้องกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ระเบียบของกระทรวงมหาดไทยกำหนดเรื่องการใช้เงิน ต้องทำให้ถูกต้อง หากทำผิดอาจถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ตรวจสอบการใช้เงินผิดประเภท ซึ่งนายวิษณุมองว่า มหาดไทยต้องปลดล็อกเรื่องนี้ก่อน
ขณะที่ทีมข่าวตรวจสอบย้อนกลับไปที่ นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ข้อมูลว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เข้าใจถึงความจำเป็นในภาวะโรคระบาดร้ายแรง แต่ตอนนี้อำนาจในการจัดการตามกฎหมายทั้งหมดอยู่ที่ ศบค. หากท้องถิ่นจะซื้อวัคซีนเอง ก็ต้องให้ ศบค.เปิดไฟเขียวเสียก่อน ถ้าศบค.ให้นโยบายลงมา สตง.นอกจากจะไม่ติดขัดแล้ว ยังพร้อมจะแนะนำอบจ.ให้ใช้งบประมาณอย่างถูกต้อง ว่าควรจะใช้งบกลางหรืองบสะสม เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปกฎหมาย ซึ่งไม่ยุ่งยาก และสามารถทำได้อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์อย่างแน่นอน
ขณะที่ภาพรวมการเตรียมพร้อมจองวัคซีนของท้องถิ่นทั่วประเทศ พบว่า เกือบทุกจังหวัด กำลังเร่งหางบประมาณทั้งงบกลาง และ งบสะสม เพื่อเตรียมพร้อมจัดซื้อวัคซีน
หนึ่งในจังหวัดที่มีความพร้อมมากที่สุด คือ จ.ปทุมธานี ที่นอกจากจะจองวัคซีกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แล้ว 5 แสนโดส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ยังส่งหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดซื้อวัคซีนตัวเลือกได้หรือไม่ และ การใช้งบประมาณสามารถใช้งบประมาณส่วนใดได้บ้าง
นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังยืนยันว่า จะไม่ยกเลิกการจองซิโนฟาร์ม แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีความชัดเจน ย้ำว่า วัคซีนไม่ได้จองกันง่ายๆแต่หากสุดท้ายกระทรวงมหาดไทยไม่ให้ท้องถิ่นซื้อเอง ก็จะยอมรับ
ส่วนจังหวัดพะเยา ยังไม่มีสั่งจองวัคซีน โดย นายอัครา พรหมเผ่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ระบุว่า ที่จะรอดูความชัดเจนของระเบียบกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงมหาดไทยก่อน แต่ก้มีการเตรียมงบประมาณไว้แล้ว หากระเบียบบอกว่าทำได้ก็พร้อมสั่งจองทันที
ทีมข่าวยังสอบถามไปยังแหล่งข่าวในราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรวัคซีนให้กับหน่วยงาน หรือ องค์กรที่ติดต่อขอซื้อวัคซีนจะออกมาในรูปแบบใด แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า จะพิจารณาจากสถานการณ์การระบาดในพื้นที่นั้นๆ ว่า รุนแรงหรือไม่ เพราะวัคซีนที่จะเข้ามาล็อตแรกมีเพียง 1,000,000 โดส ซึ่งในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นของภาคเอกชนที่เจรจาขอซื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว
หมายความว่าตอนนี้ อาจจะเหลือวัคซีนอีกแค่ ครึ่งเดียว หรือ 5 แสนโดส ซึ่งหากดูตามข้อมูลที่ปรากฎเป็นข่าวแค่ปทุมธานี จังหวัดเดียวก็ขอจองวัคซีน 5 แสนโดสแล้ว สะท้อนว่าตอนนี้ความต้องการซิโนฟาร์มมากกว่าจำนวนวัคซีนที่จะมีเข้ามา มาก