ผ่านไป 2 วัน ระหว่างไปซื้อของที่ตลาดในตัวอำเภอเมืองปักธงชัย “น้องน้ำค้าง” ได้โทรศัพท์กลับมาบอกที่บ้านว่าปวดหัว มีเหงื่อออก แขนชาไม่มีแรง และรู้สึกจะเป็นลม ทางบ้านจึงรีบตามไปที่ตลาด และประสานกู้ภัยให้ช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลปักธงชัย และส่งต่อไปที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลังเอ็กซเรย์ก็พบมีเลือดออกในโพรงสมอง มีความผิดปกติในเส้นเลือดสมอง บริเวณของรอยต่อระหว่างเส้นเลือดแดงกับเส้นเลือดดำ ถึงตอนนี้อาการยังโคม่า ไม่ได้สติเป็นเจ้าหญิงนิทรา ซึ่งญาติติดใจว่าอาจเป็นผลจากการฉีดวัคซีน
ทางกรมควบคุมโรคเข้าตรวจสอบสาเหตุพบว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน จากผลการทำ ซีทีสแกนและเอ็มอาร์ไอ พบภาวะผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งในกลุ่มคนอายุน้อยอาจจะเป็นลักษณะของความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด จัดอยู่ในกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองเอวีเอ็ม ภาวะที่มีความผิดปกติของเส้นเลือดในสมอง ทำให้มีการไหลที่รุนแรงและมีความต้านทานต่ำ จึงมีโอกาสเกิดการปริแตกและมีเลือดออกบริเวณนั้นได้ง่าย ซึ่งนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยอาจพบความเกี่ยวข้องกับโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่น
แนวทางการรักษา ขณะนี้ต้องดูอาการวันต่อวัน ซึ่งแพทย์ได้ผ่าตัดเอาก้อนเลือดออก และให้ยาลดอาการสมองบวม เหมือนกับโรคหลอดเลือดสมองทั่วไป แต่เคสนี้เป็นภาวะผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง ทำให้มีเลือดออกมากกว่า และตำแหน่งที่เกิดใกล้กับโพรงสมอง ซึ่งกรมควบคุมโรคสรุปว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนต้านโควิด 19 อย่างแน่นอน
ขณะที่ นายแพทย์ชลอ ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรี เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณามีความเห็นว่า การเสียชีวิตของ นายสมชาย ม่วงวัง อายุ 50 ปี เป็นอาการที่เกิดหลังรับวัคซีน และผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเป็นผู้ดูแลพ่อ แม่ และเป็นคนหารายได้หลักของครอบครัว จึงลงมติเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือ 400,000 บาท
เบื้องต้นครอบครัวสามารถยื่นคำร้องได้ทันที ไม่ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ เพราะเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น และเมื่ออนุกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว หากพิสูจน์ทางการแพทย์พบว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็จะไม่เรียกเงินคืน
พื้นที่เขต 4 สระบุรีรับผิดชอบ 8 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และนครนายก มีการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว จำนวน 8 คน รวมเป็นเงิน 469,500 บาท เป็นชาย 2 คน และหญิง 6 คน โดยเป็นผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 4 คน เจ็บป่วยรุนแรงต้องนอนโรงพยาบาล 3 คน และเสียชีวิต 1 คน