เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2564 ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจจุดที่ได้รับแจ้ง คือ ซ.สุขสวัสดิ์ 30 พบ โรงงานทอผ้า ชื่อ โรงงานฮงเส็งการทอ เขตราษฎร์บูรณะ ซึ่งเป็นจุดที่ ศบค.แถลงว่าเป็นคลัสเตอร์โควิด มีพบ พนักงานภายในติดเชื้อจำนวนมาก จากการสังเกตอยู่หลายชั่วโมง พบว่า มีคนเข้าออกโรงงานแห่งนี้ตลอดเวลา ทั้งเดินเข้าออก และมีรถยนต์ขับเข้าออกตลอด ที่หน้าประตูมีป้ายติดว่า ห้ามคนนอกเขา ส่วนพนักงานต้องติดป้ายทุกครั้งที่เข้าออก
ทีมข่าวพูดคุยกับหนึ่งในพนักงานโรงงานแห่งนี้ ทางโทรศัพท์ ยืนยันว่า โรงงานยังเปิดทำงานตามปกติ แม้จะพบคนติดโควิดไปแล้วหลายคน แหล่งข่าวคนนี้ยังบอกอีกว่า โรงงานทอผ้าที่นี่ มีแรงงานทั้งคนไทยและคนต่างด้าว
โดยพื้นที่โรงงานแบ่งเป็น 2 โซน คือ ตึกเก่า กับ ตึกใหม่ ข้างเคียง มี 2 ชุมชน ล้อมรอบ คือ ชุมชนรัตนจีนะ และ ชุมชนอนามัย ตึกเก่าของโรงงาน มีพนักงานประมาณ 500-600 คน ภายในเป็นระบบปิด มีเครื่องปรับอากาศทั้งตึก ประกอบด้วย แผนกเย็บ แผนกตัด แผนกช่างทั่วไปและฝ่ายบุคคล
ทั้งนี้ส่วนตึกใหม่ อยู่ห่างจากตึกเก่าออกมา โดยแยกขาดกันชัดเจน และอยู่ไม่ไกลกันมากนัก จุดนี้มีพนักงานรวมประมาณ 400 คน มี 2 อาคาร อาคารแรกเป็นตึกออฟฟิศ ฝ่ายการตลาด ภายในเป็นระบบปิดมีเครื่องปรับอากาศ ส่วนอีกอาคารที่ 2 เป็นฝ่ายผลิตแผนกเย็บ แผนกตัด แผนก store จัดส่งของ และแผนกงานช่างทั่วไป จุดนี้เป็นระบบเปิด คืออาการถ่ายเทได้บ้าง ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ส่วนด้านหลังของโรงงาน จะมีโรงอาหารขนาดเล็ก 20 โต๊ะ มีร้านค้า 5 ร้าน แต่ที่โรงงานไม่ได้บังคับพนักงานให้กินข้าวในโรงอาหาร เพราะ เวลาพักเที่ยงสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้[
แหล่งข่าวที่เป็นพนักงานที่ให้ข้อมูล ว่า พนักงานที่ติดโควิด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าว มีมากกว่า 50 คน แหล่งข่าวคนนี้บอกว่า ตนและเพื่อนพนักงานกลัวว่าจะติดโควิด เพราะแม้คนที่ติดเชื้อจะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว แต่กลุ่มคนใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ที่ตามหลักควรกักตัวและตรวจหาเชื้อซ้ำ ทางโรงงานปล่อยให้มาทำงานตามปกติ
สำหรับการแพร่ระบาดโควิด-19 ในโรงงานนี้ ตามข้อมูลพบว่า เริ่มเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม มี คนติดโควิดคนแรกของโรงงาน เป็นคนในแผนกเย็บ ที่ตึกใหม่ ตอนนั้น โรงงานไม่ได้สั่งปิดโรงงาน แต่ให้ปิดเฉพาะ “แผนก” ที่พบผู้ติดเชื้อ 3 วัน จากนั้นกลับมาเปิดทำการตามปกติ เมื่อ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา
ถัดทางนั้น พบพนักงานใน “แผนกตัด” ติดโควิดเพิ่มอีก 9 คน และมีแผนกอื่นๆทยอยติดเชื้ออีกหลายคน แต่โรงงานก็ใช้วิธีการเดียวกัน คือ ปิดเฉพาะแผนก และกลับมาเปิดใหม่ ทำให้พนักงานกังวลว่าจะติดเชื้อ บางส่วนขอใช้สิทธิ์ลา เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ทางโรงงานบอกว่า หากใครลา อาจมีการพิจารณาให้ออกจากงานเลย
ขณะที่ล่าสุดหลังทีมข่าว PPTV นำเสนอเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันนี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรงงานแจ้งกับพนักงานว่า หากใครนำเรื่องในโรงงานไปบอกผู้สื่อข่าว ให้ระวังตัวไว้
ผอ.เขต ชี้ อำนาจ "ปิดโรงงานติดโควิด" เป็นของกทม.
ขณะที่ นางสาวอธิศรี วุฒิภาคภักดี ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะผู้รับผิดชอบพื้นที่ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามายังสำนักงานเขต แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ย้ำว่า สำนักงานเขตไม่มีอำนาจสั่งปิดโรงงาน เพราะ ตามกระบวนการ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเรื่องที่ร้องเรียนเป็นเรื่องจริง และส่งผลกระทบต่อคนในชุมชน สำนักการเขตต้องส่งเรื่องไปให้กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาคำสั่งปิดโรงงาน