แคมป์คนงานก่อสร้าง ย่านพระราม 9 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตัวแทนคนงานออกมาหน้าแคมป์ เพื่อรับอาหารเข้าไปทาน ทีมข่าวพีพีทีวี พูดคุยทางโทรศัพท์ กับคนงานในแคมป์แห่งนี้ ซึ่งติดโควิด รอเตียงอยู่ เขาเล่าว่า มีอาการป่วย เป็นไข้ เหนื่อยหอบ ตั้งแต่กลางเดือน มิถุนายน สงสัยว่าติดเชื้อ จากนั้นพบว่า 23 มิถุนายน มีการแจ้งผลว่าเขาติดโควิด จึงกักตัวอยู่ ในแคมป์ เพราะ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เตียงเต็ม ต้องรอเตียงก่อน จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้เตียงรักษา
แหล่งข่าวคนนี้เล่าว่า ภายในแคมป์มีคนงานประมาณ 1,000 คน แบ่งเป็นแรงงานไทย และ แรงงานต่างด้าวอย่างละ ครึ่ง ตั้งแต่ ช่วงโควิดระลอก 3 ระบาด คนงานส่วนใหญ่กลับบ้าน ทำให้ในแคมป์มีคนอยู่น้อยลง และล่าสุดที่มีการประกาศจะปิดแคมป์คนงานก็ทำให้คนกลับบ้านเพิ่มอีก ตอนนี้ มีคนงานอยู่ในแคมป์ ราว 300 คนเท่านั้น ขณะที่คนติดโควิดมีอยู่ประมาณ 30 คน
แม้จะแบ่งพื้นที่แยกโซนผู้ติดเชื้อ กับ คนไม่ติดเชื้อออกจากกัน แต่แหล่งข่าวคนนี้บอกว่า แรงงานใช้ห้องน้ำร่วมกัน คนที่ยังไม่ติดเชื้อก็กังวลว่าจะติด ส่วนคนที่ติดเชื้อแล้วก็เครียดเพราะอยากได้เตียงรักษา เคยคิดจะหนีออกนอกแคมป์ แต่กังวลว่าจะไปติดคนข้างนอก
ด้าน นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ วันนี้ จัดแถลงข่าว ย้ำว่า งานก่อสร้างเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่อง และ ต้องทดสอบโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ ไม่สามารถหยุดดำเนินการเป็นเดือนได้ อยากเสนอมาตรการผ่อนปรนปิดแคมป์ก่อสร้าง ออกเป็น 3 ส่วน คือ กรณีที่แคมป์คน อยู่ภายในไซต์งาน เสนอให้ใช้หลักการ Bubble and Seal ตรวจ swab ให้กับทุกคนในช่วง 14 วัน และฉีดวัคซีน
กรณีแคมป์อยู่นอกไซต์งาน ให้แบ่ง Bubble and Seal คนงานกลุ่มเสี่ยง และแยกคนงานออกมาดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่มีการดำเนินการคงค้าง พร้อมจัดที่พักภายในไซต์ ไม่ต้องไปกลับแคมป์ที่พัก ส่วนพนักงานออฟฟิศ อนุญาตให้เข้าหน่วยงานเพื่อดูแลความปลอดภัยด้านวิศวกรรมและฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม
ด้านรองศาสตราจารย์เอนก ศิริพาณิชกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานฯ ประเมินว่าการปิดแคมป์และไซต์ก่อสร้าง 1 เดือน จะสร้างความเสียหาย 400,000 ล้านบาท โดยปกติ หากมีการสั่งงดการก่อสร้าง ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน เพื่อประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างสิ่งปลูกสร้าง สิ่งสำคัญคือ อาคารระดับสูงที่กำลังก่อสร้างอยู่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดการพังทลายจากแรงลม ซึ่งอาจกระทบกับชุมชนโดยรอบ
ในมุมมองของประธานกรรมธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร อย่างนายสุเทพ อู่อ้น เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่าคำสั่งปิดแคมป์ของรัฐบาล สะท้อนได้ว่าไม่มีระบบการวางแผนที่ชัดเจน และแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด มองว่า โจทย์สำคัญ คือ เมื่อปิดแคมป์แล้วต้องมีมาตรการเยียวยาให้เห็นว่า คนงานสามารถดำรงชีวิตได้
นายสุเทพ ยังเสนอมาตรการที่ต้องทำเร่งด่วน คือลดภาระให้คนงาน โดยไม่เอาผิดแรงงานนอกระบบ ส่งเสริมนายจ้างให้พาคนงานมาขึ้นทะเบียน และปรับระบบไม่ให้มีความทับซ้อนกัน จะทำให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน ส่วนในระยะยาว ควรมีการปลดล็อกเงื่อนไขแรงงาน ให้แรงงานทุกภาคส่วนสามารถรวมตัวกันเจรจากับรัฐบาลได้ ทำให้รัฐบาลสามารถรับฟังเสียงของคนงานได้โดยตรง