“ประสิทธิภาพวัคซีนทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง” กับสายพันธุ์เดลตา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมออุดม ยืนยัน การกลายพันธุ์มีผลต่อการดื้อของวัคซีน แต่ยังสามารถลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนไม่ว่ายี่ห้อใดให้ครบทั้ง 2 เข็มก่อน

ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.  เปิดเผยว่า  ขณะที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย)   ซึ่งในประเทศไทย คาดว่าภายในอีก 2 เดือน จะพบการระบาดเป็น สายพันธุ์เดลตา เป็นส่วนใหญ่

ซึ่งเชื้อตัวนี้ไม่มีความรุนแรงมากไปกว่า สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) แต่มีลักษณะพิเศษ เมื่ออยู่ในภาวะต้องการออกซิเจน และออกซิเจนต่ำกว่าปกติเร็วขึ้น เกิดภาวะปอดอักเสบเร็วขึ้น คือ

 

สายพันธุ์อัลฟา  ต้องการออกซิเจน และออกซิเจนต่ำกว่าปกติเร็วขึ้น เกิดภาวะปอดอักเสบ ภายใน 7-10 วัน 

สายพันธุ์เดลตา ต้องการออกซิเจน และออกซิเจนต่ำกว่าปกติเร็วขึ้น เกิดภาวะปอดอักเสบ ภายใน 3-5 วัน

เพราะฉะนั้นเมื่อเปอร์เซ็นต์การติดเชื้อและมีอาการหนักมาก ความต้องการเตียงไอซียู เตียงผู้ป่วยหนัก ก็สูง ซึ่งตอนนี้อยู่ในสถานะที่ตึงตัวมาก (โดยเฉพาะระดับสีแดง) “ ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ  ระบบสาธารณสุขจะอยู่ไม่ได้”  

การกลายพันธุ์ของไวรัสเป็นปกติ คือ เพื่อปรับตัวให้อยู่รอด ยิ่งแบ่งตัวระบาดได้เยอะก็ยิ่งกลายพันธุ์ได้เยอะมาก แต่ที่สำคัญเมื่อกลายพันธุ์แล้วจะดื้อต่อภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีน และวัคซีนโควิด-19 ทุกตัวถูกพัฒนามาจากสายพันธุ์ดั่งเดิม คือ สายพันธุ์อู่ฮั่น ซึ่งได้ผลดี

แต่เมื่อเกิดการกลายพันธุ์ ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงชัดเจน โดยพบว่าในแต่ยี่ห้อ

กับ “ลดลงของภูมิคุ้มกัน” เมื่อเจอกับ “สายพันธุ์เดลตา” หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม

วัคซีนไฟเซอร์      ลดลง    2.5 เท่า

แอสตร้าเซเนก้า   ลดลง   4.3 เท่า

ซิโนแวค             ลดลง 4.9 เท่า

ดังนั้น ก็ต้องยอมรับว่า วัคซีนที่กระตุ้นภูมิได้ดีที่สุด คือ เทคโนโลยี mRNA (ไฟเซอร์ โมเดอร์นา) รองลงมา แอสตร้าเซเนก้า รองลงมาเป็น ซิโนแวค

   แต่ถ้ามาดูที่ ความสามารถในการป้องกันสายพันธุ์เดลตา

- วัคซีนของไฟเซอร์ สามารถป้องกันลดลงจาก 93% เหลือ 88%

- แอสตร้าเซเนก้า 66% เหลือ 60%  

  แต่ที่สำคัญทุกตัว ป้องกันการป่วยหนัก นอนโรงพยาบาลได้

- วัคซีนไฟเซอร์ 96%   

- แอสตร้า 92% 

ส่วน วัคซีนซิโนแวค เมื่อฉีดครบสองเข็ม ในเชิงการสร้างภูมิต้านทานอาจไม่ดีเท่า แต่การป้องกันป่วยหนัก เสียชีวิต ก็พบว่าได้มากกว่า 90% 

เพราะฉะนั้นต้องความเข้าใจ ว่าวัตถุประสงค์การฉีดวัคซีนไม่มีทางป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ 100% แน่ และประสิทธิดภาพจะแตกต่างกันออกไป แต่ประสิทธิภาพป้องกันเจ็บป่วยรุนแรง เสียชีวิต ยังสูงมาก เกือบทุกตัว

ดังนั้น การป้องกันเจ็บหนักและทำให้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล เพื่อช่วยผ่อนกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์ อยากให้ฉีดวัคซีนให้ครบทั้ง 2 เข็มก่อน

วัคซีนเป็นประโยชน์แน่ แม้ว่าไม่ใช่ป้องกันการติดเชื้อ แต่ช่วยชีวิตไม่ให้เจ็บป่วยรุนแรง ตาย ช่วย ระบบสาธารสุขไม่ให้หนักเกินกำลัง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ