เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถปฏิบัติการพิเศษตอบโต้ โควิด-19 ของนายปรัชญา จุฬารัตน์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ประจำจุด สน.บางยี่ขันคันนี้ รับศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนามาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ศพ แม้ส่วนใหญ่จะเน้นรับส่งผู้ป่วยสีเขียว คือยังช่วยเหลือตนเองได้มากกว่า
นายปรัชญา เล่าว่า ปกติตนเองเป็นอาสาสมัครรับผิดชอบพื้นที่เขตบางยี่ขันและฝั่นธน หน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยเฉพาะ
พบว่านับแต่การระบาดระลอกสาม ได้รับการติดต่อให้เข้าไปรับศพผู้เสียชีวิตวันละประมาณ 2-3 ศพ ช่วงหลังสถานการณ์รุนแรงขึ้น เคยรับมากสุดถึง 6 ศพ จากเดิมที่การรับผู้เสียชีวิตจากโควิดเข้าไปรับในโรงพยาบาลทั้งหมด แต่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เริ่มต้องเข้าไปรับผู้เสียชีวิตที่บ้าน เฉพาะรถของตนเองคันเดียวรับมา 4-5 ศพ แล้ว บางส่วนได้รับแจ้งเป็นผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่รู้ผลตรวจแต่ยังรอเตียง ขณะที่บางคนได้รับแจ้งเป็นผู้ป่วยที่ได้เตียงแล้วกำลังจะรับไปโรงพยาบาล แต่เมื่อมาถึงก็พบหยุดหายใจแล้ว
นายปรัชญา ระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยพบปัญหา ญาติเล่าว่าติดต่อหาวัดรับฌาปนกิจผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่ได้ ทำให้ต้องขอเก็บศพที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 1 วัน สวนทางกับความต้องการของโรงพยาบาล ต้องรีบระบายออกเพราะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มทุกวัน แต่ปัจจุบันไม่พบปัญหานี้แล้ว ไม่ใช่เพราะสถานการณ์ดีขึ้น แต่เพราะมีหลายวัดเริ่มรับฌาปนกิจศพติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น สิ่งที่ยังเป็นปัญหาสำคัญคือเรื่องเตียงผู้ป่วยที่ไม่เพียงพอมากกว่า เพราะยังมีผู้ป่วยรอที่บ้านทุกวัน ตนเองเป็นจิตอาสา หากไม่มีเตียงก็ยังส่งต่อไม่ได้ ทำได้เต็มที่เพียงอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ หรือให้ยืมอ็อกซิเจนประทังไปก่อน
สิ่งที่อยากสะท้อน นายปรัชญา มองว่า อยากให้มีการจัดหาเตียงหรือสถานที่รองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงมากขึ้นอีก เพราะแม้ปัจจุบันจะมีการเพิ่มจำนวนเตียงบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งหากปล่อยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้านก็มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้