เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (18ก.ค. 2564) กลุ่มอาสาชุมชนคลองเตย นำผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ส่งโรงพยาบาล โดยมีครอบครัวขึ้นรถกระบะคันนี้มาด้วย ก่อนจะเรียกร้องให้โรงพยาบาลหาเตียงให้กับผู้ติดเชื้อคนนี้
ทีมข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่พูดคุยกับ นายสิทธิชาติ อังคะสิทธิศิริ ประธานชุมชนคลองเตย ล็อก 1-2-3 ผู้ก่อตั้งกลุ่มจิตอาสาคลองเตย บอกว่า ขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิดอาการหนัก ในชุมชนคลองเตยมีมากกว่า 20 คน แต่มีรถกระบะที่ใช้ขนย้ายผู้ป่วยเพียงคันเดียว
นอกจากขนคนอาการหนักส่งโรงพยาบาล รถคันนี้ ต้องขนผู้ป่วยสีเขียวไปส่งที่ศูนย์พักคอย และ ต้องขนศพผู้ติดเชื้อไปโรงพยาบาลด้วย
นายสิทธิชาติ บอกว่า ที่หนักที่สุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ คุณยายในชุมชนติดเชื้อโควิดทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจ เมื่อได้รับแจ้งและวางสายเพียง 15 นาที ปรากฎว่าเสียชีวิตแล้ว จึงต้องเปลี่ยนจากขนย้ายผู้ป่วยเป็นขนย้ายศพแทน
ระหว่างที่ทีมข่าวกำลังสัมภาษณ์ นายสิทธิชาติได้รับแจ้งว่ามีคนในชุมชนที่ติดโควิด มีค่าออกซิเจนต่ำ ทำให้ต้องสั่งการให้คนในทีมระดมถังออกซิเจนเข้าช่วยเหลือทันที เขาบอกกับทีมข่าวว่า เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนในชุมชนเสียชีวิตที่บ้านเพราะโควิด 3-4 คน
นายสิทธิชาติ บอกอีกว่า หลายครั้งเห็นว่าผู้ป่วยอาการหนัก เช่น ไอเป็นเลือด ออกซิเจนตก เขาและทีมนำไปส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายต้องวนกลับมาที่ชุมชนเพราะไม่มีเตียง
ส่วนรถเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อที่ใช้เป็นรถกระบะของหน่วยดับเพลิง ยอมรับว่าไม่เหมาะสมสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและไม่ถูกกฎหมาย แต่หากไม่ใช่รถคันนี้ก็จะไม่มีรถลำเลียงผู้ป่วย เพราะ ที่ผ่านมาหลังการตรวจเชิงรุกยุติลง ก็ไม่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ
สำหรับสาเหตุการที่ยอดติดเชื้อสูงขึ้น นายสิทธิชาติบอกว่า เกิดจากการที่ชุมชนคลองเตยยกเลิกการตรวจโควิดเชิงรุกไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนปกติได้ ปกติบ้านหนึ่งหลังติดห่างกันไม่กี่เมตร แล้วก็ต้องเดินผ่านกันไปมา เป็นไปได้ยากที่จะไม่ติดเชื้อโควิดต่อๆกัน ที่ผ่านมาคนในชุมชนพยายามไปตรวจหาเชื้อกันเอง แต่ติดปัญหาที่บางครั้งไม่ตรวจไม่ทัน หลายคนยอมกู้เงินหลักหมื่นบาท เพื่อให้ทั้งครอบครัวได้ตรวจหาเชื้อ