นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ที่ได้หยิบยกเอา ฉากทัศน์ หรือการคาดการณ์ด้วยแบบจำลอง ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2563 คาดการณ์ไปถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 หรือคาดการณ์ 659 วัน ของ รศ.ดร.นวลจันทร์ สิงห์คราญ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาแสดงให้เห็นว่า ถ้ามาตรการตอนนี้ สามารถทำได้ดี ไทยจะมีตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อ ไปถึงเดือนตุลาคมนี้ คือตัวเลขดีที่สุด ยังเป็นหลักหมื่นคนต่อวัน แต่หากไม่ทำอะไร หรือไม่มีมาตรการอะไรเลย ยอดผู้ติดเชื้อรายวันจะขึ้นไปอยู่ที่ เกือบ 32,000 คนต่อวัน
นายแพทย์ทวีศิลป์ยังหยิบยกอีกแบบจำลองหนึ่งมาแสดง อันนี้เป็นแบบจำลองที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทำไว้ และองค์การอนามัยโลกได้นำไปอ้างอิง แบบจำลองนี้ใช้รูปแบบการคาดการณ์ ร่วมกับการฉีดวัคซีนที่จะเกิดขึ้นด้วย ถ้าฉีดวัคซีนได้ดี ตามเป้า หรือเรียกว่า best case กราฟที่พุ่งๆ จะเริ่มหักหัวลง ประมาณเดือนสิงหาคม กันยายนนี้ แต่ปัจจุบัน กราฟยังเป็นแบบค่อยๆไต่ไป ยอดผู้ติดเชื้อจะสูงไปถึง 15,000 คนต่อวัน หรือมากกว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน
ประกอบกับ เมื่อวานนี้ ทีมข่าว PPTV ได้ประชุม กับ ศบค. ที่กสทช.มา ช่วงหนึ่งก็มีการเปิดเผยจาก นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ว่า มาตรการตอนนี้ คาดว่าจะยังไม่ได้ทำให้ตัวเลขอีก 2 สัปดาห์ลดลง แต่ 2 เดือนมีโอกาสทำให้ตัวเลขลดลงได้ ทั้งนี้ หาก 2 เดือนแล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวัน ไม่ได้ลดลง มีโอกาสที่ จะหยิบยกมาตรการล็อกดาวน์แบบอู่ฮั่น หรือ อู่ฮั่นโมเดล มาใช้ กล่าวคือ ห้ามคนออกจากบ้าน และมีผู้ส่งอาหารให้ถึงบ้าน
เรื่องนี้ ทีมข่าวได้ไปสอบถาม พญ.จริยา แสงสัจจา รองผู้อำนวยการคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา อดีตผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร ให้ความเห็นว่า หากไทยจะทำมาตรการเหมือนอู่ฮั่น ทำได้ แต่อาจทำได้ยาก เพราะอู่ฮั่นมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ประชาชนมีระเบียบวินัยและเคารพกฎหมาย ในขณะที่ประเทศไทยมีความเป็นอิสระเสรี อาจมีประชาชนบางส่วนไม่สามารถทำตามข้อปฏิบัติได้ ซึ่งอาจทำได้ยากกว่า
พญ.จริยา ระบุอีกว่า หากจะล็อกดาวน์ให้เหมือนอู่ฮั่นจริง รัฐบาลต้องเตรียมการและวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตประชาชน เสียงสะท้อนจากประชาชนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่มองว่าหากรัฐบาลจะล็อกดาวน์คล้ายอู่ฮั่นควรมีมาตรการเยียวยา และช่วยเหลือประชาชนทุกคนโดยเท่าเทียมกัน