นายแพทย์กิตติศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม ซึ่งระบุถึงบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลสนามบุษราคัม ตอนนี้ยังไม่ได้รับเงินค่าเสี่ยงภัย แต่ยืนยันว่าตามระเบียบการเบิกจ่ายค่าตอบแทน ทกคนจะได้รับเงินตามที่กำหนด โดยค่าตอบแทนเสี่ยงภัยเป็นเงินจัดสรรพิเศษ ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมา ไม่ได้เป็นเงินจากโรงพยาบาล ทำให้การจัดสรรจะแบ่งเป็นงวดๆ ไม่ใช่เดือนต่อเดือน
ส่วนประเด็นที่ถูกรพบระบุว่า บุคลากรเบิกค่าเดินทางได้แค่ 8 บาท เทียบเท่าค่าโดยสารรถเมล์ คุณหมอกิตติศักดิ์ บอกว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ปฏิบัติงาน โดยส่วนนี้ได้มอบโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ไปตรวจสอบ หากมีส่วนใดที่เป็นสิทธิประโยชน์โดยตรงของเจ้าหน้าที่ ขอให้ดำเนินการอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ กระทรวงสาธารณสุข อนุมัติ “เพิ่ม” ค่าตอบแทนนอกเวลาราราชการให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลบุษราคัม เป็น 2 เท่า เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป แต่เมื่อถามว่า 2 เท่า คิดเป็นเงินเท่าใด คุณหมอกิตติศักดิ์ ปฎิเสธให้ข้อมูล
สำหรับปัญหาเรื่องค่าตอบแทน และ สวัสดิการของบุคลากรด่านหน้า ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดตั้งแต่ก่อนช่วงโควิดแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มพยาบาลที่ได้ค่าตอบแทนน้อย พีพีทีวี พูดคุยกับ 1 ใน พยาบาลที่รับผิดชอบงานโควิด เธอไม่สะดวกเปิดเผยตัวตน เพราะกังวลว่าจะกระทบต่ออาชีพการงาน แต่ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลที่เธอทำงา เพิ่งสร้างโรงพยาบาลสนามเสร็จ ทำให้เธอถูกย้ายไปทำงานที่แผนกผู้ป่วยโควิด
ตอนนี้เธอทำงานติดต่อกัน 16 ชั่วโมง ขึ้นเวร ติดต่อกัน 11-12 วัน ทำให้แต่ละเดือนได้หยุดแค่ 2-3 วัน ส่วนภาระตอนนี้ มีผู้ป่วยที่ต้องดูแล มากถึง 18 คน ขณะที่ค่าตอบแทนได้เท่าเดิม เพราะ การอนุมัติเพิ่มค่าล่วงเวลา เกิดขึ้นแค่บางโรงพยาบาล
ด้าน รองศาสตรจารย์ ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล ยอมรับว่า ระบบโครงสร้างสวัสดิการของพยาบาลเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีมานานมาก แต่ช่วงโควิดทำให้เห็นปัญหาชัดเจนมากขึ้น ที่ผ่านมาสภาการพยาบาลเคยเสนอเรื่องการปรับขึ้นเงินเดือนและเงินสวัสดิการอุบัติเหตุให้พยาบาล ตั้งแต่ปี 2556 แต่รัฐบาลไม่เคยนำมาพิจารณา
นายกสภาการพยาบาล ยังบอกอีกว่า ตอนนี้บุคลากรทางการแพทย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ติดโควิดไปแล้ว 880 คน ในจำนวนนี้ มากกว่าครึ่งเป็นพยาบาล ส่วนยอดการเสียชีวิตเพราะโควิด มี 3 คน ที่เป็นพยาบาล
ขณะที่ล่าสุดนายกสภาการพยาบาล บอกว่า เจอปัญหาที่หนักใจมากขึ้น คือ กระทรวงสาธารณสุขประสานขอให้จัดสรรพยาบาลเข้ามาช่วยงานโควิดมากขึ้นอีก แต่เธอได้เสนอให้จัดเจ้าหน้าที่อาสามาช่วยปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องข้องกับงานพยาบาล ทั้ง รับสายโทรศัพท์ จัดลำดับคิว เพื่อลดงานอื่นๆ ให้พยาบาลได้ทำงานตามหน้าที่ของตนเอง ย้ำว่ารู้ดีว่า ตอนนี้พี่น้องพยาบาลทำงานหนักมีภาระเต็มมือแล้ว