กางแผน 7 ข้อสั่งการนายกฯ ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทั้ง รพ.และที่บ้าน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กางแผน 7 ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ให้ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งในโรงพยาบาลและกักตัวที่บ้าน

ช่วงค่ำวานนี้ (23 ก.ค. 2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามการบริหารจัดการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงการบริหารจัดการโรงพยาบาลสนาม พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคการทำงาน เพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และผู้แทนโรงพยาบาลสนามจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงกลาโหม และกรุงเทพมหานคร 

รีวิวทุกขั้นตอนการใช้ Antigen Test Kit ตั้งแต่แกะซอง ยันรู้ผล

"หมอยง" เผยงานวิจัยฉีดวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม ตามด้วยไวรัสเวกเตอร์ ภูมิสูงทะลุหมื่น

ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมโควิด รอบที่ 13 จนถึงสิ้นเดือน ก.ย.

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในทุกส่วน ทั้งการบริหารสถานการณ์ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น การจัดสรรบุคลากร และการบริหารจัดการสถานที่ต่างๆ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลให้ทุกฝ่ายได้เห็นภาพรวมและขับเคลื่อนไปด้วยกัน ทั้งนี้ ได้มีข้อสรุปเบื้องต้น 7 ข้อ ดังนี้

แอสตร้าฯ เตรียมส่งมอบวัคซีนโควิด-19 อีก 2.3 ล้านโดสสัปดาห์หน้า

1. เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น เพื่อรับผู้ป่วยที่มีอาการ ให้เข้าถึงการรักษาและสถานพยาบาลให้มากและเร็วที่สุด

2. เพิ่มขีดความสามารถโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ในขณะนี้ ให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงให้มากขึ้น

3. เห็นชอบแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Isolation - HI) และการดูแลผู้ป่วยในชุมชน (Community Isolation - CI) อย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีทีมแพทย์คอยติดตามอาการ ชุดเวชภัณท์และยาที่จำเป็นเพี่อคัดแยกผู้ป่วย ลดการแพร่เชื้อภายในครอบครัวและชุมชน สำหรับผู้ป่วยที่สามารถกักตัวที่บ้านได้ (HI) จะมีการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจน สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้จะนำส่งศูนย์พักคอย หรือ (CI) ซึ่งกรุงเทพมหานครจะได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อให้ครบทั้ง 50 เขต

4. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมช่วยเหลือ สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมถึงการจัดส่งอาหารและยาให้ผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวที่บ้านและที่ชุมชนในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง

5. ให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยประสานผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวในภูมิลำเนาได้  ตามมาตรการสาธารณสุขที่กำกับการเคลื่อนย้ายทุกขั้นตอน เพี่อลดปัญหาการได้เข้ารับการรักษาในพื้นที่ กทม. ที่มีข้อจำกัดเรื่องเตียง

6. สนับสนุนทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก (Comprehensive Covid-19 Response Team) หรือ CCRT อย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการลงพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนให้ครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุด และ

7.ปรับปรุงระบบการรับเรื่องผ่านโทรศัพท์สายด่วนต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้สามารถประสานข้อมูลร่วมกัน เพื่อนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว

สลด! โควิดพรากอีก 119 ชีวิต ติดเชื้อหลักหมื่น 8 วันติด

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารโดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริง ควบคู่ไปพร้อมกับการเดินหน้าจัดหาวัคซีนให้มากที่สุดเพื่อเร่งฉีดให้กับประชาชนโดยเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งในขณะนี้ในพื้นที่ กทม. ได้มีการฉีดวีคซีนเกินกว่าร้อยละ 50 ของประชากรแล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ให้การสนับสนุน การทำงานในทุกมิติเพื่อดูแลรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้พร้อมขอเป็นกำลังใจให้แพทย์ บุคลากรด้านสาธารณสุข และคนทำงานจากทุกหน่วยงานที่ร่วมใจดูแลผู้ป่วยอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย โดยนายกรัฐมนตรียินดีและพร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรค เพี่อจะได้ร่วมช่วยหาวิธีแก้ไขและนำไปสู่แนวทางที่เหมาะสมในการทำงานของทุกหน่วยงาน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ