เปิด 6 เคล็ดลับกินยาให้ได้ผลตรงจุดมีประสิทธิภาพรักษาโรค

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ไขคำตอบวิธีกินยาให้ได้รักษาโรคอย่างได้ผล ต้องกินยาตามเวลาที่กำหนดในฉลากยาอย่างเคร่งครัด ถ้าลืมกินยามีวิธีแก้ไข และ กินยาพร้อมน้ำเปล่าเท่านั้น

หลายคนมักมีปัญหาเรื่องการกินยา ลืมกินยาแล้วต้องทำอย่างไร ต้องกินซ้ำไหม ต้องเพิ่มขนาดยาไหม ที่จริงแล้วยาบางชนิดเราสามารถข้ามมื้อได้ หากลืมกินก็ไม่จำเป็นต้องกินชดเชย และ การกินยาพร้อมเครื่องดื่มต่างๆ ก็ไม่ควรทำ เพราะน้ำเปล่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับกินยาเนื่องจากช่วยให้ยากระจายและแตกตัวได้ดีที่สุด ส่วนการจัดเก็บยาก็มีความสำคัญไม่แพ้กันหากเก็บไม่ถูกวิธียาอาจเสียหรือเสื่อมประสิทธิภาพไม่ใช่สามารถใช้รักษาโรคได้ เรามาหาคำตอบต่างๆ เหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน

 

 

เปิด 6 เคล็ดลับการกินยาให้ได้ผลดี

ถูกคน คือ ถูกกับตัวเราเอง ไม่ใช่ยาของคนอื่น

ถูกยา คือ ถูกต้องตรงอาการของโรค

ถูกขนาด หรือปริมาณ ต้องอ่านฉลากยาก่อนกิน และ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ถูกวิธี คือ ถูกต้องตามวิธีการใช้ยา

ถูกเวลา คือ ต้องกินยาให้ถูกเวลา ตรงเวลา

เก็บถูกที่ คือ เก็บยาในที่ที่เหมาะสม ตามฉลากยา เช่น เก็บในที่ที่ไม่ชื้น ไม่โดนแสงแดด หรือ ยาบางชนิดต้องเก็บในตู้เย็นเพื่อไม่ให้ยาเสื่อมคุณภาพ โดยส่วนมากยาที่ต้องเก็บรักษาในตู้เย็นจะเป็นการเก็บในช่องปกติทั่วไป อุณหภูมิอยู่ในช่วง 2-8 องศาเซลเซียส ห้ามนำเก็บไว้ในที่อุณหภูมิต่ำกว่านี้ หรือ เก็บยาในช่องแช่แข็ง เพราะจะทำให้ยาเป็นน้ำแข็งและเสียคุณภาพในการรักษาโรคได้

สาเหตุที่เราต้องกินยาในเวลาที่แตกต่างกัน

กินยาก่อนอาหาร เพราะอาหารบางชนิดจะลดการดูดซึมของยา ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ จึงต้องกินตอนท้องว่าง ยาก่อนอาหารควรกินก่อนอาหาร 30 ถึง 60 นาที ถ้าลืมกินควรกินหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้ท้องว่าง

การกินยาพร้อมอาหาร หรือ หลังอาหารทันที ยาพร้อมอาหารควรกินอาหารครึ่งหนึ่งแล้วกินยาจากนั้นกินอาหารต่อจนอิ่ม ส่วนยาหลังอาหารทันที ให้กินอาหารคำสุดท้ายแล้วกินยาทันที ซึ่งทั้งยาพร้อมอาหารและยาหลังอาหารทันที จะเป็นยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดอาการใช้ท้อง หรือ คลื่นไส้อาเจียน ตัวอย่างของยาที่ต้องกินพร้อมอาหาร หรือ หลังอาหารทันที เช่น ยาแอสไพริน ยารักษาโรคปวดข้อบางชนิด

ยาหลังอาหาร เป็นยาที่อาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมของยา ควรกินหลังอาหารภายใน 15-30 นาที

ยาระหว่างมื้ออาหาร ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง ถ้าเลือกกินยาก่อนอาหารแล้วครั้งต่อไปของการรักษาก็ต้องกินยาก่อนอาหาร

การกินยาก่อนนอน มักเป็นยาที่มีผลต่ออาการง่วงซึม หรือ เป็นยาลดไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่ออกฤทธิ์สูงสุดในเวลากลางคืน จึงควรกินก่อนนอน 15-30 นาที

การกินยาตามอาการต่างๆ คือ ยาที่กินเมื่อมีอาการ เช่น เมื่อปวดหัวกินยาพาราเซตามอล 1-2 เม็ด โดยกินทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการปวด และ ไม่ควรใช้ยาพาราเซตามอลติดต่อกันเกิน 5 วันเพราะจะมีพิษต่อตับ การกินยาก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ยาชนิดนี้เมื่อกินก่อนหรือหลังอาหารโดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของยา

ย้ำเตือนการใช้ พาราฯ ให้ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายกับ “ตับ”

ถ้าลืมกินยาทำอย่างไร

ถ้าลืมกินยาทั่วไป ไม่เกินครึ่งเวลาของรอบกินยาแต่ละครั้ง ควรกินยาทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่ถ้าเกินครึ่งเวลาให้ข้ามยาตัวนั้นไปแล้วเรากินรอบถัดไป โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยา

ถ้าลืมกินยาก่อนอาหาร แล้วยาประเภทที่มีข้อจำกัดด้านความคงตัวและการดูดซึม เช่น ยารักษาโรคบางชนิด หรือ ยาฮอร์โมนไทรอยด์ ให้กินยาหลังอาหารมื้อนั้นไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ถ้าเป็นยาประเภทที่เกี่ยวข้องกับกลไกการออกฤทธิ์ของยา เช่น ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ให้ข้ามยามื้อที่ 1 ไปและกินยามื้อถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยา

ถ้าลืมกินยาหลังอาหาร ประเภทที่ทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร หรือช่วยส่งเสริมการดูดซึม ควรรอกินยาพร้อมอาหารมื้อถัดไป หรือกินอาหารว่างรองท้องก่อนแล้วกินยาตามทันที

ถ้าลืมกินยาก่อนนอน ประเภทที่มีอาการข้างเคียงทำให้ง่วงซึมหรือความดันโลหิตต่ำ หรือช่วยให้นอนหลับ ให้ข้ามยาที่ลืมนั้นไปแล้วรอให้ถึงเวลาเข้านอนในคืนถัดไปค่อยกินยานั้น

5 เครื่องดื่มที่ไม่ควรกินพร้อมยา

1.ชา กาแฟ เพราะจะยิ่งเพิ่มปริมาณกาเฟอีนให้กับร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย ใจสั่น หรือนอนไม่หลับได้

2.นม เพราะมีสารอาหารที่สำคัญ คือ แคลเซียมที่จะเข้าไปยับยั้งการดูดซึมของยาบางประเภท เช่น ยาปฏิชีวนะ ถ้าจะดื่มนม หรือ บริโภคผลิตภัณฑ์นม ควรห่างกันกับการกินยาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

3.น้ำผลไม้รสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด อาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงการทำลายของตัวยา หรือต่อต้านการดูดซึมของตัวยา ทำให้ยามีประสิทธิภาพลดลง

4.น้ำอัดลม หรือ โซดา ซึ่งมีส่วนผสมของแก๊ส และกาเฟอีน นอกจากจะเข้าไปกัดกระเพาะอาหารแล้ว ยังอาจทำให้ยาดูดซึมได้น้อยลง และการออกฤทธิ์ของยาก็จะลดลง

5.แอลกอฮอล์ มีพิษต่อตับและมีฤทธิ์กดประสาท ถ้ากินยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เช่น ยาคลายอาการกังวล ยาต้านอาการซึมเศร้า อาจไม่ใช่แค่ง่วงซึมหนัก แต่อาจถึงขั้นหมดสติและหยุดหายใจได้

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ควรกินยากับน้ำเปล่าเสมอ น้ำเปล่าทำให้ตัวยาแตกตัว ละลายและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุด เพราะน้ำเปล่าไม่มีปริมาณแร่ธาตุหรือสารอาหารใดสูงจนทำปฏิกิริยากับยาและลดประสิทธิภาพของยาได้

การกินยาที่ถูกวิธี เพื่อประโยชน์ในการรักษาสูงสุด และ สุขภาพที่ดีไม่ป่วยเรื้อรังเพราะการกินยา

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก FB : FDA Thai

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ