โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนประจำที่รับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ซึ่งทุกคนเป็นกลุ่มเปราะบางที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย ทางโรงเรียนจึงเริ่มปฏิบัติตามนโยบาย “โรงเรียนแซนด์บ็อกซ์” มาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยใช้วิธีบับเบิลแอนด์ซีล ไม่ให้เชื้อโรคหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในโรงเรียน และนำโครงการไข่ 4 สี มาใช้ในการบริหารจัดการ
นาง พวงทอง ศรีวิลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ระบุว่า โครงการไข่ 4 สี ถูกจัดแบ่งเป็นโซนตามสีของไข่ ได้แก่ โซนเปลือกไข่ (สีส้ม) ดูแลการเข้าออก ครูและบุคลากรทั้งในและนอกโรงเรียน ต้องส่ง Timeline ทุกวัน
กลุ่มที่ 2 คือโซนไข่ขาว แบ่งเป็น 2 กลุ่ม สลับปฏิบัติงานในโรงเรียน สามารถไปกลับที่พักของตัวเองได้ และอีกหนึ่งกลุ่มทำงานที่บ้านโดยการสอนออนไลน์ หากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งติดจะกักตัวกลุ่มนั้นและสลับอีกกลุ่มให้กลับไปสอนที่โรงเรียน
กลุ่มที่ 3 โซนไข่เหลือง ครูและบุคลากร ต้องกักตัว 14 วัน ใน Local Quarantine ที่โรงเรียนจัดไว้ให้ ระหว่างนั้นก็จะสอนออนไลน์ไปด้วย หากกักตัวครบและตรวจไม่พบเชื้อก็จะเข้าสู่โซนไข่แดง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะดูแลนักเรียนในโซนนี้
เมื่อถามถึงความกังวลของผู้ปกครองที่มีต่อนโยบายนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่าเหตุผลที่เปิดเรียน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการของผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนให้ผู้ปกครองกักตัวนักเรียนอย่างเคร่งครัดก่อนเปิดเทอม และทางโรงเรียนก็ทำตามแผนของกระทรวงศึกษาธิการอย่างเคร่งครัด
หากเกิดกรณีฉุกเฉินทางโรงเรียนได้เตรียมแผนเผชิญเหตุไว้กับโรงพยาบาลที่อยู่ห่างจากโรงเรียน 50 เมตร เข้ามาช่วยเหลือทันที แต่หากนักเรียนติดเชื้อจำนวนมากเกินศักยภาพโรงพยาบาลจะรับไหวก็พร้อมจัดพื้นที่โรงเรียนให้เป็นโรงพยาบาลสนามทันที
ด้านนางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการ โรงเรียน Sandbox Safety Zone in School มีจำนวนทั้งหมด 48 โรงเรียน จากที่สมัครเข้ามา 68 โรงเรียน ใน 33 จังหวัด ส่วนใหญ่ จะเป็นโรงเรียนประจำ และตั้งแต่เปิดเรียนเมื่อเดือนมิถุนายนจนถึงขณะนี้ยังไม่มีครู นักเรียน หรือบุคลากรของโรงเรียนติดเชื้อ สำหรับแนวทางหลังจากนี้ ยังคงประเมินโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทุกระยะ และ จะเปิดโอกาสให้โรงเรียน อื่นๆ ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้นักเรียนทุกคน ได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ขณะที่ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า เตรียมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียน เพื่อเปิดรับเทอม 2 มีเสียงสะท้อนจาก ผู้ปกครองนักเรียนในพื้นที่ ชุมชนประสพสุข ซ.5 ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา พบว่าหลายครอบครัวต่างรู้สึกเป็นกังวลใจ และไม่พร้อมที่จะให้บุตรหลานไปฉีดวัคซีน เพราะกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงกับเด็กและเยาวชน ขณะที่เด็กๆ ที่อยู่ในกลุ่มอายุ 12-17 ปี ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อยากไปฉีดวัคซีน เพราะกลัวเกิดผลข้างเขียงทำให้พิการหรือเสียชีวิต
ส่วนการที่จะให้โรงเรียนเปิดเทอม ผู้ปกครองก็มองว่าน่าจะยังไม่พร้อม เพราะขณะนี้ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ก็ยังคงมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 จำนวนมากอยู่ กลัวว่าถ้าเปิดเทอมแล้วจะเกิดคลัสเตอร์ในโรงเรียน จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่เหมาะที่จะเปิดเทอมช่วงนี้
คนร้ายย่องขโมย "บอนสี" เจ้าของวอนนำมาคืน
หนุ่มร้านเกมฆ่าสาวแคชเชียร์ อ้างบันดาลโทสะ